ปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

Main Article Content

ดร.จันทิมา แสงเลิศอุทัย

บทคัดย่อ

      การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาระดับปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเอง ระดับความมีวินัยในตนเองและปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผลการวิจัยพบว่า ระดับปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเองและระดับความมีวินัยในตนเอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเองกับความมีวินัยในตนเอง พบว่า มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำาคัญทางสถิติ โดยมีความ สัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง และการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความมีวินัยในตนเอง พบว่า ตัวแปรที่รับการคัดเลือกเข้าสมการตามลำาดับ คือ ปัจจัยด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สัมพันธภาพระหว่างนักศึกษากับเพื่อน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับนักศึกษา ร่วมกันเป็นตัวทำานายความมีวินัยในตนเอง โดยมีค่าประสิทธิภาพของการทำานาย (R2) เท่ากับ 0.398 นั่นคือ ปัจจัยทั้ง 3 ด้าน สามารถทำานายความมีวินัยในตนเองในภาพรวมได้ร้อยละ 39.80 ได้อย่างมีนัยสำาคัญทางสถิติ

      This research aimed to study the level factor of self-disciplines, level of self-discipline, and factors affecting self-discipline of Nakhon Pathom Rajabhat University students. The results of the research were as follows: the level of factors affecting students’ self-discipline and level of self-discipline, as a whole, was at the high level. There was a relationship between factors affecting self-discipline and self-discipline with statistical significance. The level of relationship was at the moderate level. In addition, the analysis of factors affecting self-discipline revealed that the three factors selected into a model involving achievement
motivation, relationship between the students and their peers, relationship between the students and their parents. These factors were a prediction of self-discipline with the co-efficient (R2) = 0.398, that is, these three factors could predict 39.80 percent of self-discipline, as a whole, with statistical significance.

Article Details

บท
บทความวิจัย (Research Article)