การประเมินความต้องการจำเป็นแบบมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาดนตรี ตามมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ กรณีศึกษาโรงเรียนดนตรีพาเพลิน (สถาบันดนตรีเคพีเอ็น สาขาเซ็นทรัลศาลายา)

  • เจษฎา สุขสนิท
Keywords: การประเมินความต้องการจำเป็นแบบมีส่วนร่วม, โรงเรียนดนตรีเอกชนนอกระบบ, การประกันคุณภาพภายใน, PARTICIPATORY NEEDS ASSESSMENT, PRIVATE MUSIC SCHOOLS, INTERNAL QUALITY ASSUANCE

Abstract

การวิจัยเรื่อง การประเมินความต้องการจำเป็นแบบมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาดนตรีตามมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเอกชนนอกระบบ กรณีศึกษาโรงเรียนดนตรีพาเพลิน (สถาบันดนตรี
เคพีเอ็น สาขาเซ็นทรัลศาลายา) มีจุดประสงค์เพื่อจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นในการจัดการศึกษาดนตรีของโรงเรียนดนตรีพาเพลิน ตามมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพที่คาดหวังและสภาพที่เป็นจริงเกี่ยวกับการจัดการศึกษาดนตรี โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างประกอบไปด้วย ผู้บริหาร ครู พนักงาน ผู้ปกครอง และนักเรียน ของโรงเรียนดนตรีพาเพลิน รวมทั้งสิ้นจำนวน 110 คน ผลการวิจัยพบว่าโรงเรียนดนตรีพาเพลิน
มีความต้องการจำเป็นด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนและด้านผู้บริหารเท่ากันสูงที่สุดเป็นลำดับที่หนึ่ง (0.39) รองลงมาได้แก่ ด้านเจตคติของผู้เรียน (0.34) ด้านบริการและสวัสดิการ (0.29) ด้านระบบการบริหารจัดการ (0.25) ด้านความสัมพันธ์กับชุมชน (0.25) ด้านปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียนและด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ เท่ากันเป็น (0.19) ด้านสภาพแวดล้อม (0.17) ด้านการวัดผลและประเมินผล (0.13)
ด้านครู/ผู้สอน (0.12) ด้านหลักสูตร (0.07)

This needs assessment research of music education in school system aimed to prioritize the needs of music education in Parplearn Music School according to the Thailand private school system quality internal assurance standard. Instrument used in this research is questionnaire to survey the information for needs assessment. The questions are in Dual-Response Format for the state that it should be and the actual state about music education management. The sample group consisted of executives, teachers, staff, parents and students, 90 informants in total. The result showed that Parplearn Music School had the same level of needs for learning efficiency of students and executives at the highest (0.39), followed by student’s attitude (0.34), services and benefits (0.29), administration system (0.23), relationship with community (0.25), school’s philosophy, objectives and the learning process management (0.19), environment (0.17), measurement and assessment (0.13), teacher (0.12), curriculum (0.07).

Author Biography

เจษฎา สุขสนิท

นิสิตมหาบัณฑิตสาขาวิชาดนตรีศึกษา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Published
2018-02-27