Login or Register to make a submission.

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.

  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, or RTF document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines.
  • ยินยอมว่าบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาจุฬาวิชาการ

ภาคผนวก
ค�ำแนะน�ำ
ส�ำหรับผู้เขียนบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารมหาจุฬาวิชาการ
กองบรรณาธิการได้ก�ำหนดระเบียบการส่งต้นฉบับไว้ให้ผู้เขียนยึดเป็นแนวทางในการส่งต้นฉบับ
ส�ำหรับการตีพิมพ์ลงวารสารมหาจุฬาวิชาการ กองวิชาการ ส�ำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และกองบรรณาธิการสามารถตรวจสอบต้นฉบับก่อนการตีพิมพ์ เพื่อให้
วารสารมีคุณภาพสามารถน�ำไปใช้อ้างอิงได้
๑. การเตรียมต้นฉบับ มีรายละเอียดดังนี้
๑.๑ ขนาดของต้นฉบับ พิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษสั้นขนาดเอ ๔ โดยเว้นระยะห่างระหว่าง
ขอบกระดาษด้านบนและซ้ายมือ ๓.๑๗ เซนติเมตร ด้านล่างและขวามือ ๒.๕๔ เซนติเมตร
๑.๒ รูปแบบอักษรและการจัดวางต�ำแหน่ง ใช้รูปแบบอักษร Angsana New หรือ
TH SarabunPSK พิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด โดยใช้ขนาด ชนิดของตัวอักษร รวมทั้งการจัด
วางต�ำแหน่ง ดังนี้
๑.๒.๑ ขนาดกระดาษ ประกอบด้วย
๑) ชื่อเรื่องต้นฉบับของผู้เขียน ขนาด ๑๖ ชนิดตัวธรรมดา ต�ำแหน่งชิดขอบกระดาษ
ด้านซ้าย
๒) เลขหน้า ขนาด ๑๔ ชนิดตัวธรรมดา ต�ำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านขวา
๑.๒.๒ ชื่อเรื่อง (ภาษาไทย) ขนาด ๒๐ ชนิดตัวหนา ต�ำแหน่งกึ่งกลางหน้ากระดาษ
๑.๒.๓ ชื่อเรื่อง (ภาษาอังกฤษ) ขนาด ๒๐ ชนิดตัวหนา ต�ำแหน่งกึ่งกลางหน้ากระดาษ
๑.๒.๔ ชื่อผู้เขียน (ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ) พร้อมระบุต�ำแหน่งทางวิชาการขนาด ๑๔ ชนิด
ตัวหนา ต�ำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านขวา ใต้ชื่อเรื่อง (ในกรณีที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาให้ลงชื่ออาจารย์
ที่ปรึกษาด้วย)
๑.๒.๕ ที่อยู่หรือหน่วยงานสังกัดของผู้เขียน ขนาด ๑๔ ชนิดตัวหนาต�ำแหน่งชิดขอบกระดาษ
ด้านขวา ใต้ชื่อผู้เขียน
๑.๒.๖ หัวข้อของบทคัดย่อไทย/อังกฤษ ขนาด ๑๘ ชนิดตั
2
๑.๒.๗ เนื้อหาบทคัดย่อภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ ขนาด ๑๖ ชนิดตัวธรรมดา จัดพิมพ์เป็น
๑ คอลัมน์บรรทัดแรกเว้น ๑ แท็บ (Tab) จากขอบกระดาษด้านซ้าย และพิมพ์ให้ชิดขอบทั้งสองด้าน
๑.๒.๘ หัวข้อของค�ำคีย์เวิลด์ ภาษาไทยขนาด ๑๘ ชนิดตัวหนาต�ำแหน่งชิดซ้ายหน้ากระดาษ
ใต้บทคัดย่อภาษาไทย
๑.๒.๙ หัวข้อของค�ำคีย์เวิลด์ภาษาอังกฤษ ขนาด ๑๘ ชนิดตัวหนา ต�ำแหน่งชิดซ้ายหน้า
กระดาษ ใต้บทคัดย่อภาษาอังกฤษ
๑.๒.๑๐ หัวข้อเรื่อง ขนาด ๑๘ ชนิดตัวหนา ต�ำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านซ้าย
๑.๒.๑๑ หัวข้อย่อยขนาด ๑๖ ชนิดตัวหน้าระบุหมายเลขหน้าหัวข้อย่อยโดยเรียงตามล�ำดับ
หมายเลขต�ำแหน่งเว้น 1 Tab จากขอบกระดาษด้านซ้าย
๑.๒.๑๒ เนื้อหา ขนาด ๑๖ ชนิดตัวธรรมดา จัดพิมพ์เป็น ๑ คอลัมน์และพิมพ์ให้ชิดขอบ
ทั้งสองด้าน
๑.๓ จ�ำนวนหน้าต้นฉบับ ควรมีความยาวประมาณ ๘-๑๖ หน้า
๑.๔ การอ้างอิงการเขียน เอกสารอ้างอิงและบรรณานุกรม และการใช้อักษรย่อคัมภีร์ทาง
พระพุทธศาสนา ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยก�ำหนด
๒. การเรียงล�ำดับเนื้อหาต้นฉบับมหาจุฬาวิชาการ
เนื้อหาภาษาไทยที่มีค�ำศัพท์ภาษาอังกฤษ ควรแปลเป็นภาษาไทยให้มากที่สุด(ในกรณีที่ค�ำศัพท์
ภาษาอังกฤษเป็นค�ำเฉพาะที่แปลไม่ได้หรือแปลแล้วไม่ได้ความหมายชัดเจนให้ทับศัพท์ได้)และควรใช้
ภาษาที่ผู้อ่านเข้าใจง่าย ชัดเจน หากใช้ค�ำย่อต้องเขียนค�ำเต็มไว้ครั้งแรกก่อนเนื้อหาต้องเรียงล�ำดับดังนี้
๒.๑ ชื่อเรื่อง (titleof thearticle)ควรสั้น และกระทัดรัดความยาวไม่ควรเกิน ๑๐๐ ตัวอักษร
ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้น�ำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน
๒.๒ ชื่อผู้เขียน เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และระบุต�ำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี)
๒.๓ ที่อยู่ระบุชื่อหน่วยงาน หรือสถาบัน
๒.๔ บทคัดย่อ(Abstract) เขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เขียนสรุปสาระส�ำคัญของเรื่อง
อ่านและเข้าใจง่ายความยาวไม่ควรเกิน ๕๐๐ ค�ำ โดยให้น�ำบทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อน บทคัดย่อภาษา
อังกฤษ (Abstract) ซึ่งแปลจากบทคัดย่อภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษต้องมีเนื้อหาตรงกัน ใช้อักษร
ตัวตรง
3
๒.๕ บทน�ำ (Introduction) เป็นส่วนกล่าวน�ำโดยอาศัยการปริทรรศน์ (review) ข้อมูลจาก
รายงานวิจัย ความรู้และหลักฐานต่างๆ จากหนังสือหรือวารสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา และกล่าว
ถึงเหตุผลหรือความส�ำคัญของปัญหาในการศึกษาครั้งนี้สมมติฐานของการศึกษาตลอดจนวัตถุประสงค์
ของการศึกษาให้ชัดเจน เป็นส่วนของเนื้อหาที่บอกเหตุผลน�ำไปสู่การศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัย
และควรอ้างอิงงานวิชาการหรืองานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบ
๒.๖ วัตถุประสงค์(Objective) ให้ชี้แจงถึงจุดมุ่งหมายของการศึกษา
๒.๗ วิธีการศึกษา (methods) ต้นฉบับด้านศาสนา และปรัชญา รวมถึงพระพุทธศาสนาที่
บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ ควรอธิบายรายละเอียดของวิธีการศึกษาประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ในการศึกษา และวิธีการศึกษาที่ใช้ในการวิจัยให้ละเอียดพอที่ผู้อ่านสามารถท�ำการศึกษาซ�้ำได้รวมทั้ง
สถิติที่น�ำมาวิเคราะห์ข้อมูล
๒.๘ ผลการศึกษา (Results) เป็นการเสนอสิ่งที่ได้จากการวิจัยเป็นล�ำดับอาจแสดงด้วยตาราง
กราฟ แผนภาพประกอบการอธิบาย ทั้งนี้ถ้าแสดงด้วยตาราง ควรเป็นตารางแบบไม่มีเส้น ขอบตาราง
ด้านซ้ายและขวา หัวตารางแบบธรรมดา ไม่มีสีตารางควรมีเฉพาะที่จ�ำเป็น ไม่ควรมีเกิน ๕ ตาราง
ส�ำหรับรูปภาพประกอบควรเป็นรูปภาพขาว-ด�ำ ที่ชัดเจนและมีค�ำบรรยายใต้รูป กรณีที่จ�ำเป็นอาจใช้
ภาพสีได้และภาพประกอบ (Figure) และตาราง (Table) ควรมีเท่าที่จ�ำเป็น โดยพิมพ์หน้าละ ๑ ภาพ
หรือ ๑ ตาราง ส�ำหรับค�ำบรรยายภาพและตารางให้พิมพ์ใต้ภาพหรือตาราง
๒.๙ บทสรุป (Conclusion) และข้อเสนอแนะ (recommendation) เป็นการสรุปผลที่ได้จาก
การวิจัย ควรมีการอภิปรายผลการวิจัยว่าเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่เพียงใด และควรอ้าง
ทฤษฎีหรือเปรียบเทียบการทดลองของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องประกอบ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นด้วยตามหลักการ หรือ
คัดค้านทฤษฎีที่มีอยู่เดิม รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงการน�ำผลไปใช้ประโยชน์และการให้ข้อเสนอแนะส�ำหรับ
การวิจัยในอนาคต หรือ
วิจารณ์ (Discussion) เป็นการอภิปรายผลจากข้อมูลที่ได้มาจากการวิเคราะห์ของผู้นิพนธ์
น�ำมาเปรียบเทียบกับผลการทดลองของผู้อื่น เพื่อให้มีความเข้าใจหรือเกิดความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับงาน
วิจัยนั้น รวมทั้งข้อดีข้อเสียของวิธีการศึกษา เสนอแนะความคิดเห็นใหม่ๆ ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
ที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางที่จะน�ำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ด้วย
๒.๑๐ กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) เป็นการแสดงความขอบคุณแก่ผู้ที่ช่วยเหลือ
ให้งานวิจัยส�ำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเพียงสั้นๆ (อาจมีหรือไม่มีก็ได้)
4
๒.๑๑ บรรณานุกรม (ฺBibliography) เป็นการอ้างอิงเอกสารในเนื้อหาให้ใช้ระบบตามที่
มหาวิทยาลัยก�ำหนดและแนวการการอ้างอิงแนวการเขียนต�ำราของมหาวิทยาลัยและการอ้างอิงคัมภีร์
ทางพระพุทธศาสนาให้ใช้ตามที่มหาวิทยาลัยก�ำหนด โดยใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐานของคู่มือ
การท�ำวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สามารถสืบค้น
ได้จาก http://www.mcu.ac.th/site/provide
๓. ประเภทของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร
วารสารมหาจุฬาวิชาการ ตีพิมพ์บทความประเภทต่างๆ ดังนี้
๑. บทความพิเศษ บทความทางวิชาการพิเศษ ที่เสนอเนื้อหาความรู้วิชาการอย ่างเข้มข้น
และผ่านการอ่านและพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้นๆ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักวิชาการ
ในวงการวิชาการ/วิชาชีพ
๒. บทความทางวิชาการ ที่เสนอเนื้อหาความรู้วิชาการไม่เข้มข้นนัก เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็น
ประชาชนทั่วไป
๓. บทความวิจัย (Research article) ได้แก่ รายงานผลงานวิจัยใหม่ที่เป็นประโยชน์ซึ่งไม่เคย
ตีพิมพ์ในวารสารใดๆ มาก่อน
๔. บทความปริทรรศน์(Review article) เป็นบทความที่รวบรวมความรู้จากต�ำรา หนังสือและ
วารสารใหม่ หรือจากผลงานและประสบการณ์ของผู้นิพนธ์มาเรียบเรียงขึ้น โดยมีการวิเคราะห์วิจารณ์
เปรียบเทียบกัน
๕. ปกิณณกะ (Miscellany) ได้แก่ บทความทบทวนความรู้เรื่องแปล ย่อความจากวารสาร
ต่างประเทศการแสดงความคิดเห็น วิจารณ์แนะน�ำเครื่องมือใหม่ต�ำราหรือหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ หรือ
ข่าวการประชุมทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ
๔. การส่งต้นฉบับ
ผู้เขียนส่งต้นฉบับที่พิมพ์ตามข้อก�ำหนดของรูปแบบวารสารมหาจุฬาวิชาการจ�ำนวน ๒ ชุด พร้อม
แผ่นดิสก์ส่งด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนมาที่
กองบรรณาธิการ วารสารมหาจุฬาวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขที่
๗๙ หมู่ ๑ ต�ำบลล�ำไทร อ�ำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐ หรือทาง e-mail :
5
su_cha2509@hotmail.com กรณีที่บทความได้รับการพิจารณาให้ตีพิมพ์ บรรณาธิการจะแจ้งให้
ผู้นิพนธ์ส่งบทความต้นฉบับที่แก้ไขครั้งสุดท้าย พร้อมซีดีรอม (CD ROM) ที่บรรจุเนื้อหาและข้อมูล
ที่มีอยู่ในบทความทั้งหมดที่ได้แก้ไขแล้ว ทั้งนี้ผู้นิพนธ์ต้องมีส�ำเนาเก็บไว้ด้วยเพื่อการอ้างอิง
๕. การตรวจสอบบทความและพิสูจน์อักษร
ผู้นิพนธ์ควรตระหนักถึงความส�ำคัญในการเตรียมบทความให้ถูกต้องตามรูปแบบของบทความที่
วารสารก�ำหนด ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องแน่นอนพร้อมทั้งพิสูจน์อักษรก่อนที่จะส่งบทความนี้
ให้กับบรรณาธิการ การเตรียมบทความให้ถูกต้องตามข้อก�ำหนดของวารสารจะท�ำให้การพิจารณา
ตีพิมพ์มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และทางกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาบทความจนกว่า
จะได้แก้ไขให้ถูกต้องตามข้อก�ำหนดของวารสารเสียก่อน
๖. การอ่านประเมินต้นฉบับ
ต้นฉบับจะได้รับการอ่านประเมิน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(PeerReview)จากภายนอก
และภายในมหาวิทยาลัย ในสาขาวิชานั้นๆ ไม่น้อยกว่า ๒ ท่าน ต่อเรื่อง และส่งผลการอ่านประเมินคืน
ผู้เขียนให้เพิ่มเติม แก้ไข หรือพิมพ์ต้นฉบับใหม่แล้วแต่กรณี
๗. ลิขสิทธิ์
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมหาจุฬาวิชาการ ส�ำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ห้ามน�ำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ�้ำ เว้นเสียแต่ว่า จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ
เป็นลายลักษณ์อักษร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท ่านต้องลงลายมือชื่อ
ในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์ บทความให้แก่วารสาร พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะ
ในวารสารมหาจุฬาวิชาการ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
6
๘. ความรับผิดชอบ
เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมหาจุฬาวิชาการเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวม
ความผิดพลาด อันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
๙. การติดต่อโฆษณาและการสมัครสมาชิก
การติดต่อโฆษณา การสั่งซื้อ และการสมัครเป็นสมาชิกวารสารมหาจุฬาวิชาการ กรุณาติดต่อ
“ผู้ช ่วยบรรณาธิการวารสารมหาจุฬาวิชาการ” กองวิชาการ ส�ำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขที่ ๗๙ หมู่ ๑ ต�ำบลล�ำไทร อ�ำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๑๓๑๗๐
โทรศัพท์๐๓๕-๒๔๘-๐๐๐ (ต่อ ๘๗๗๓, ๘๗๕๖) (นายสุชญาศิริธัญภร, นายสุภฐาน สุดาจันทร์)
โทรสาร ๐๓๕-๒๔๘-๐๑๓ ภายใน ๘๗๗๓, e-mail : su_cha2509@hotmail.com
อัตราค่าวารสาร ก�ำหนดออกวารสารปีละ ๒ ฉบับ จ�ำหน่ายราคาฉบับละ ๑๕๐ บาท ไม่รวม
ค่าส่ง
อัตราค่าสมาชิก ปีละ ๒๐๐ บาท

The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.