ISSN  2408–2619  (Print) 
ISSN  2673-0367 (Online) 

JMMS is a journal of business administration. It was published by the Faculty of Management Science, Lampang Rajabhat University. The first issue was published in 2007 using the journal-title. "Journal of the Faculty of Management Science, Lampang Rajabhat University ". In 2017, the journal was changed the journal's name "Journal of Modern Management Science" or "JMMS". JMMS consider the basic research articles to find new knowledge in business management through intensively research methodology.

Objective
1. To be a source of quality research articles showing academic value. Furthermore, it can be used both in theory (Theoretical Contributions) and for management (Managerial Contributions).
2. To provide academic services for academician and societies which it can be a source of business management knowledge in various fields and for exchanging academic knowledge and experiences between academician and others.

Scope of JMMS

1. JMMS considers the Thai or English articles that use quantitative research or mix method.  The contents of articles are in the business administration field under the correct process of research methodology. The result leads to the creation of new knowledge that clearly describes the process or research methodology based on the theory, concepts, and literature.
2. The aims of the research are to develop knowledge in business administration (theoretical or applying to the organization either in terms of commercial policy or broad management, not as research to solve a particular problem)

Clarification on the details of publishing the journal

Journal of Modern Management Science  (JMMS) is scheduled to publish 2 regular issues per year, with 2 published forms, including the publication format, ISSN 2408-2619 (Print), from the 1st year. 1 (January-June) 2007 and has been prepared in electronic journal format, ISSN number 2673-0367 (Online) from year 11, issue 2 (July-December), 2018

 

 

 

 

Vol 12 No 1 (2019): January - June

วารสารวิทยาการจัดการสมัยใหม่ปีที่ 12  ฉบับที่ 1  ของเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2562  ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมาคณะวิทยาการจัดการได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของกระบวนการในการจัดทำวารสารและได้ทำการพัฒนาระบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพวารสารให้สามารถอำนวยความสะดวกทั้งผู้ส่งบทความและผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาบทความให้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยการย้ายวารสารออนไลน์เข้าไปอยู่ใน ระบบฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์กลางของประเทศไทย Thai Journals Online (ThaiJO) ทำให้วารสารวิทยาการจัดการสมัยใหม่ สามารถที่จะคัดเลือกคุณภาพของเนื้อหาทางวิชาการของบทความวิจัยที่ส่งเข้ามาเพื่อตีพิมพ์อย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถที่จะตรวจสอบการคัดลอกผลงาน รวมถึงการอ้างอิงวารสารที่ส่งผลให้ค่า Impact Factor ของวารสารสูงขึ้นอีกด้วย

          การพัฒนาคุณภาพของวารสารที่กล่าวมาแล้ว เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารคณะวิทยาการจัดการที่อยากจะเห็นการพัฒนาของวารสารวิทยาการจัดการสมัยใหม่ ให้สามารถปรับระดับเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูล ASEAN Citation Index (ACI) ในอนาคต ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตั้งแต่วารสารปีที่ 11 ฉบับ  2 เป็นต้นมา ทางวารสารได้ปรับลดจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ลงเหลือเพียง 8 บทความต่อฉบับ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการพิจารณาและเป็นการคัดกรองคุณภาพของบทความวิจัย โดยจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวด บทความวิจัยทุกบทความต้องมีการดำเนินงานตามกระบวนการวิจัยอย่างเข้มข้นได้ผลการศึกษาที่ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่อย่างแท้จริงและมีประโยชน์ต่องานวิชาการในศาสตร์บริหารธุรกิจ

          นอกจากนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจในการศึกษาหาความรู้ทางด้านบริหารธุรกิจ และผู้ที่สนใจส่งบทความเพื่อให้พิจารณาตีพิมพ์ ทางกองบรรณาธิการ ได้ทำการเพิ่มประเภทของการตีพิมพ์เป็นวารสารวิทยาการจัดการสมัยใหม่แบบออนไลน์โดยมีเลข issn คือ 2673-0367 (Online) ควบคู่ไปกลับวารสารที่ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มปกติซึ่งมีเลข issn คือ 2408–2619  (Print) 
ซึ่งในวารสารฉบับนี้ได้บรรจุบทความวิจัยที่มีเนื้อหาที่หลากหลายทางด้านบริหารธุรกิจไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด การจัดการ การบัญชี เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำไปศึกษาค้นคว้าและอ้างอิง รวมถึงให้ผู้ที่สนใจส่งผลงานให้ทางวารสารพิจารณาตีพิมพ์ได้ศึกษารูปแบบและวิธีการที่ทางวารสารจะรับพิจารณาเพื่อส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ซึ่งจะทำให้ลดระยะเวลาในการปรับแก้ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาลง และสามารถส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาเร็วขึ้น ทางกองบรรณาธิการหวังว่าวารสารฉบับนี้ คงจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาทางวิชาการของประเทศชาติต่อไป