The Integrated Community Management for Game and Anti-gambling Program

Main Article Content

วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ภาสกร คุ้มศิริ ธนาภรณ์ กองพล อารีนา หมัดอาดำ

Abstract

     The objective behind this research is to develop an integrated community management for game and gambling problem using participatory action research (PAR) which emphasize the community to solve the problem on its own. Further, these are knotted with four important principles which are Plans, Participation & Action, Observe & Research and Reflect. The population and sample groups are community leaders and youths which are in the Tha Ma Prang subdistrict, Kangkoi, Saraburi. The research has shown that the community leaders have plan to solve the problem of game and gambling in the community and raise awareness towards this problem by arranging activity in community, school and temples. Based on statistical analysis, it’s found that now community leaders participate more to solve this game and gambling problem than the past (p<.05). Also, mental health illnesses (stress, p<.001), (depress, p<.001), (risk of suicidal, p<.05) have been reduced significantly. And, children and youths who were joined with projects have the risk of game (male, p<.001), (female, p<.05) and gambling problem (p<.001) reduced significantly. The prototype model based on this research is found adequate to solve game and gambling issue in this community. And can be used to solve issues like drugs addiction, teenage pregnancy etc. However, there is need to monitor and evaluate the result in long term. Finally, the most important thing is to build relation between researchers and community leaders.

Keywords

Article Details

How to Cite
1.
วันเพ็ญว, คุ้มศิริภ, กองพลธ, หมัดอาดำอ. The Integrated Community Management for Game and Anti-gambling Program. Journal of Preventive Medicine Association of Thailand [Internet]. 23May2019 [cited 17Oct.2019];9(1):29-2. Available from: https://www.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/190705
Section
Original Article

References

1. คงกริษ เล็กศรีนาค, ณรงค์ พลอยดนัย, วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์. พฤติกรรมการเล่นการพนันของเยาวชนกรณีศึกษา: เขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฉบับบัณฑิตศึกษา). 2555;12:132-46.
2. ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ. สถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทย ประจำปี 2558. กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
3. มธุรดา สุวรรณโพธิ์. ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเล่นการพนันในเยาวชน ในการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตของคนไทยระดับชาติปี 2556. กรุงเทพฯ: สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์; 2559.
4. สิริจันทร์ เดชปัญญาวัฒน์, ภาสกร คุ้มศิริ, ชญาภา สุนันทชัยกุล, ศิริกุล บุญมี, ชลันดา หนูหล่ำ. การทบทวนข้อมูลของผู้รับบริการสายด่วนสุขภาพจิตเลิกพนัน 1323 กรณีศึกษาปัญหาพนัน. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2558;5:262-72.
5. ยุพาพร รูปงาม. การมีส่วนร่วมของข้าราชการสำนักงบประมาณในการปฏิรูประบบราชการ. [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์; 2545.
6. Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University press; 1992. p.11.
7. องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะปราง. ข้อมูล และรายละเอียดชุมชน [อินเทอร์เน็ต]; 2557 [เข้าถึงเมื่อ 10 มีนาคม 2552]. เข้าถึงได้จาก:https://thamaprang.go.th/public/communityinfo/data/index/menu/177.
8. อรวรรณ ศิลปะกิจ. แบบวัดความเครียดฉบับศรีธัญญา. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2551; 16(3):177-185.
9. ทวี ตั้งเสรี, สุวรรณา อรุณพงศ์ไพศาล, อรุณ จิรวัฒน์กุล, ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ, กนกวรรณ กิตติวัฒนากูล, วรสรรพ์ ปรัชญคุปต์ และคณะ. การพัฒนาแบบคัดกรองภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย (ฉบับปี 2009). วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2552;54(3):287-298.
10. ชาญวิทย์ พรนภดล, บัณฑิต ศรไพศาล, กุสุมาวดี คำเกลี้ยงม, เสาวนีย์ พัฒนอมร. การพัฒนาแบบทดสอบการติดเกม. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2557;59(1):3-14.
11. Ferris J. & Wynne H. The Canadian Problem Gambling Index: Final report. Ottawa: Submitted to Canadian Centre on Substance Abuse. 2001.
12. นิตยา เงินประเสริฐศรี. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. 2544;27:61-73.
13. ธราเทพ โอชารส, สุณี สาธิตานันต์ และรังสรรค์ สิงหเลิศ. รูปแบบการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2554;5:73-85.
14. รัถยานภิศ พละศึก, เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช, ดลปภัฎ ทรงเลิศ. การศึกษาเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม: กระบวนการพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนอย่างมีส่วนร่วม. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2561;5:211-223.
15. สัญญา ยีอราน, ศิวิไลซ์ วนรัตน์วิจิตร. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม สู่ความสำเร็จการเปลี่ยนแปลงนโยบายในระบบสุขภาพ. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2561;5:288-300.

Most read articles by the same author(s)