The Development of Nursing Model for Colon Cancer Patients Receiving FOLFOX4 regimens In Buri Ram Hospital

Main Article Content

Nisakorn Pakmoei Suntharee Siripornadunsil Photjana Krison

Abstract

 Background: Colon cancer is a chronic disease and major global public health problem. Whish can be treated by surgery, chemotherapy. However, using chemotherapy often has side effects and impact on decreased quality of life. The study of nursing model of colon cancer patients receiving FOLFOX4 regimen in the Ear, Nose and Throat and Chemotherapy Ward, Buri Ram Hospital in 2018, found a variety of nursing model and not yet comprehensive the problems and needs of patients, resulting in complications and risk of death increased if not monitored well.
Objective: 1) To develop a nursing model for colon cancer patients who received FOLFOX4 regimens. 2) To compare nursing outcomes before and after developing nursing model: rate of Hypersensitivity reaction, rate of patients’ safety from hypersensitivity reaction and rate of mucositis. 3) To study the quality of life of patients with colon cancer after developing nursing model. 4) to study the satisfaction of professional nurses on the use of developed nursing model.
Methods: Research and development with 4 steps: 1) preparing and analyzing the situation 2) creating and developing nursing model 3) applying the developed nursing model for trial and 4) evaluating. Samples were 1) 35 patients with colon cancer who received FOLFOX4 regimens in the Ear, Nose and Throat and Chemotherapy Ward at Buri Ram Hospital. 2) 18 professional nurses working in the Ear, Nose, Throat and Chemotherapy Ward, Buri Ram Hospital between 1st- 30th June 2019. Data were analyzed by frequency percentage mean standard deviation and chi – square.
Results: The development of nursing model consists of 1) nursing guidelines for preventing the occurrence of hypersensitivity reactions 2) guidelines for prevention of mucositis. 3) nursing supervision system4) Phone call, on the 3rd day after going back home. The results 1) Hypersensitivity reaction rate before developing nursing model was 5.3% and after developing nursing model was 2.9%, 2) The rate of mucositis before developing nursing model was 7% and after developing nursing model was 0%, and 3) The rate of patients safety from hypersensitivity reaction before developing nursing model was 98.3% and after developing nursing model was 100%. When compared nursing outcomes before and after developing nursing model, was found that 1) hypersensitivity reaction rate before and after developing nursing model was not different, before the development (gif.latex?\chi2 = 0.5, df = 1, p-value = 0.7, 2) the rate of mucositis after development was decreased with statistically significant (gif.latex?\chi2 = 7.3, df = 1, p-value = 0.0), 3) total quality of life for colon cancer patients was good level. (mean=101.1, SD=8.3), and 4) satisfaction of the professional nurse using model showed extremely satisfied 44.4%, followed by very satisfied 32.9%.
Conclusion: The development of nursing model for colon cancer patients receiving FOLFOX4 regimens in Buri Ram Hospital can increase patient safety from hypersensitivity reaction and reduce rate of mucositis.
Keywords: The Development, Nursing model, Colon cancer patients.

Keywords

Article Details

Section
Original Articles

References

1. วีรวุฒิ อิ่มสำราญ. ภารกิจพิชิตมะเร็งด้วยความรู้และความเข้าใจในโลกแห่งเทคโนโลยีที่ทันสมัย. [อินเตอร์เน็ท]. 2561. [สืบค้น 20 พ.ย. 2561]. เข้าถึงได้จาก: URL: https://adaybulletin.com/talk-lesson-national-cancer-institute/21288

2. มณีพรรณ ภิญโญวรพจน์, สุกัญญา บุญญะริกพันธ์. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้รับยาเคมีบาบัด. [อินเตอร์เน็ท]. 2561. [สืบค้น 18 ม.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก: URL: https://www.cbh.moph.go.th/app/intranet/files/km/ 1507177475_7.%20%E0%B8%A1%E0%B8% 93% E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8% 93,%20%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0% B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2.pdf

3. ประดับเพชร กล้าทางถูก, บุษบา สมใจวงษ์. อุบัติการณ์ของการเกิดเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบําบัดสูตรที่มี 5-FU หยดเข้าหลอดเลือดดําเป็นเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ชั่วโมง. [อินเตอร์เน็ท]. 2553. [ สืบค้น 4 พ.ย. 2561]. เข้าถึงได้จาก: URL: https://gsbooks.gs.kku.ac.th/56/grc14/files/mmo8.pdf

4. วันทกานต์ ราชวงศ์, ปรางทิพย์ ฉายพุทธ, สุวิมล กิมปี, นันทกานต์ เอี่ยมวนานนทชัย. ผลของโปรแกรมการจัดการการดูแลช่องปากด้วยตนเองต่อภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีหรือฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด. วารสารสภาการพยาบาล 2556;28(1):34-48.

5. ปุณฑริกา วันชูเสริม, เบญจมาศ คุชนี, วิระพล ภิมาลย์, ฝนทิพย์ สิงห์ทอง, ไพรินทร์ ปาแส, ศุถกฤต สวัสดิรักษ์. ผลการบริบาลทางเภสัชกรรมร่วมกับการอมน้ำแข็งต่อการป้องกันเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดสูตรที่มี 5-fluorouracil ในโรงพยาบาล. วารสารโรคมะเร็ง 2559;36(4):127-38.

6. หนูไกร เพื่อนพิมาย, น้ำอ้อย ภักดีวงศ์, อำภาพร นามวงศ์พรหม. การดูแลสุขภาพช่องปากและการเกิดเยื่อบุช่องปากอักเสบภายหลังได้รับโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2559;5(1):89-102.

7. สุจิรา ฟุ้งเฟื่อง. การจัดการเมื่อเกิดการรั่วไหลของยาเคมีบำบัดออกนอกเส้นเลือด. วารสารโรคมะเร็ง 2552;29(1):35-43.

8. สุริยน อุ่ยตระกูล, สุเพ็ญพร อักษรวงศ์. การแพ้ยา Oxaliplatin :กรณีศึกษาจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช. วารสารโรคมะเร็ง 2555;32(3):104-10.

9. Lee KH, Park YJ, Kim ES, Hwang HJ, Shim BY, Kim HK. Hypersensitivity reactions to oxaliplatin. Cancer Res Treat 2006;38(4):240-1.

10. ประไพพรรณ ฉายรัตน์, สุพัฒศิริ ทศพรพิทักษ์กุล. ประสิทธิผลของรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2560;35(3):224-31.

11. พิมลพันธ์ เจริญศรี, วาสนา สารการ, บาลิยา ไชยรา. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดระยะแรกในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2560;35(3):48-57.

12. สมหมาย คชนาม. เอกสารประกอบการบรรยายเรื่องการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย. บุรีรัมย์: โรงพยาบาลบุรีรัมย์; 2561.

13. ณัฐธยาน์ ชาบัวคำ, ปณิตา คุณสาระ, พรรณวดี พุธวัฒนะ. ประสิทธิผลโปรแกรมการดูแลช่องปากด้วยตนเองร่วมกับเจลแป๊ะตำปึงต่อภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยา. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2558;25(1):110-23.

14. ปรารถนา กันทอน, มณีพรรณ จำปาดง, ธัชพิสิฐ บุคคละ, สุพัตรา ป้านบุญ, ฤทัยวรรณ ความเพียร, สิริพร ศิริกันต์, และคณะ. การจัดการความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเกิด Hypersensitivity. [อินเตอร์เน็ท]. [สืบค้นวันที่ 18 ม.ค.2562]. เข้าถึงได้จาก:URL: https://med.swu.ac.th/msmc/w15-2/images/KM/ 15-2.pdf.

15. สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วิระวรรณ ตันติพิวัฒนสกุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย. เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อฉบับภาษาไทย. [อินเตอร์เน็ท]. [สืบค้นวันที่ 18 ม.ค.2562]. เข้าถึงได้จาก:URL: https://www.dmh.go.th/test/whoqol/

16. พารุณี วงษ์ศรี, ทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. การประยุกต์ใช้ทฤษฎีของโอเร็มกับการดูแลและการให้คำแนะนำผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว. วารสารพยาบาลตำรวจ 2561;10(1):209-19.