ความสัมพันธ์และความแตกต่างระหว่างอะฮฺลิซ-ซุนนะฮฺและชีอะห์ : ศึกษาประวัติศาสตร์และมุมมองนักวิชาการซุนนีย์และชีอะห์ในโลกปัจจุบัน

Main Article Content

อับดุลลาตีฟ การี, 6852279 อับดุลฮาลิม ไซซิง, 6852279

Abstract

This research aims to study the history, genres and beliefs of the Sunnah and Shia groups in the word to day world today. This studies by compare the similarities and differences between Sunnah and Shia and   studies also by the opinions of Sunni and Shiah scholars in the modern world on the difference between Ahlul-Sunnah and Shia. This study is a historical document. The primary and secondary data are then collected by field interviews. And non-participant observation .The sample was interviewed by Sunni and Shia scholars from 4 countries, including Thailand, Indonesia, Kuwait and Qatar, as well as 26 persons. The data were then analyzed by comparison of events and interpretations.


             The result of the study is that the al-Sunnah Wal-jamaah is the most Muslims take the path of the Prophet and The Sohabah (disciples) and The Tabein (followers) alike were divided into 3 major categories: 1) The group focus of Faith principle (al-Qaeda) 2) Groups focused on principles of Islamic low 3) And the group emphasized the principle of Hadith report. The Shiah are the supporters and believe that Ali bin Abi toleb and his descendants have the right to be Muslim leaders. This belief comes from the time of the Prophet (S), but the concrete of Shiah, with specific ideas and practices, came into being after Husin ban Ali was killed. There were 73 subgroups of the 5 major groups: 1) al-Gaisaniyah 2) al-syidiyah 3) al-imamiyah 4) al-qaliyah 5)al-ismailiyah .


          The difference between Ahlli-Sunnah and Shiah is that the principle of the faith of Ahlli-Sunnah called the "Rukon eman" has six parts. And the Shia called the “Usolludin” are 5 reasons for this.


          The main difference in faith is the "highest leader" (al-iMamah). Other faiths differ in their names and finer points. There are 5 aspects of Islamic-Sunnah that are called " rokon islam - Islamic holes". And the shiah called “furu ud din” There are 10 reasons to use. The same practice is : 1) the prayer 2) the  Zakat 3) the Hajj, which is 3 different only the minutiae. And The difference in practice is that the vow is not considered as the practice of Islam or rokun Islam, but the shiah think it is a " Dharu riyat "  that is necessary to know each other. And the word of praise to Ali bin abi Tholeb is not a vow, it is just an added word that is allowed. In addition, the practice of Shiah has been defined. Al-Qums (donate to the supreme leader), Al-Jihad (fight in the way of Allah), Al-Amru bil ma’ruf  (to do good deeds), al-nah yu aniImunkar (do not do evil),al-tawal la (Love and obedience to the leader.), al-tabarra’ (Do not obey the imam.)

Keywords

Article Details

Section
Research

References

ฆอลิบ บิน อะลี อาวาญีย์. 1997. ฟิร็อก มุอาศอเราะห์ ตันตะซิบ อิลัล อิสลาม วะ บายาน เมากิฟ อิสลาม มินฮา. มหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมะดีนะฮฺ .ซาอุดีอารเบีย
ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ . 2008. มันฮาญุ อัล-ซุนนะฮฺ อัล-นะบะวียะฮฺ ฟี นักฏี กะลาม อัล-ชีอะห์.มหาวิทยาลัยอิหม่าม อัล-สุอูด ซาอุดีอารเบีย
ซัยยิด อับดุล เราะซู้ล อัล-มูซะวีย์. 2000. อัล-ชีอะห์ ฟี อัล-ตารี้ค .มักตับ อัล-มัดบูลีย์
ซอและห์ อัล-วิ้รดานีย์ .มปป. ฟิร็อก อะฮฺลิซ ซุนนะฮฺ ญะมาอ้าต อัล-มาฏี วะ ญะมาอ้าต อัล-ฮาฏิ้ร .มัรกัส อัล-อับฮ้าซ อัล-อากีดียะฮฺ กรุงไคโร
ญะฟัร อัล-ซุบฮานี. 1421. อัล-ชีอะห์ ฟี เมากิบี อัล-ตารี้ค.มุอัสสะสะฮฺ อิหม่าม อัล-ซอดิก
รอฆิบ อัล-ซุรญานีย์. 2009. อุศู้ล อัล-ชีอะห์ วะ มุอฺตะกอด้าติฮิม อับรอ อัล-ตารี้ค. (จากอินเตอร์เน็ต)
www.islamstoyry.com
มุฮัมหมัด สะลีม อัล-เอาวา .2006. อัล-อะลาเกาะห์ บัยนะ อัล-ซุนนะฮฺ วัล-ชีอะห์. สะฟี้ร อัล-เดาลียะฮ์ ลิล- นัชรีย์
ศอลิห อัล-วิ้รดานีย์ .มปป..ฟิร็อก อะฮฺลิส-ซุนนะฮฺ ญะมาอ้าต อัล-มาฏี วะ ญะมาอ้าต อัล-ฮาฏิ้ร .มัรกัส อัล-อับฮ้าซ อัล-อากีดียะฮฺ กรุงไคโร
ศอลิห บิน อับดุรเราะห์มาน อัล-ดะคี้ล .มปป..คอศออิ้ส อะฮฺลิส-ซุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮ์ ดีรอซะฮ์ วะ บะยาน . ดุษฎีนิพนธ์สาขาวิชาดะอฺวะฮฺและอุศุลุดดีน มหาวิทยาลัย อุมมุ้ลกุรอ ประเทศซาอุดีอารเบีย
สภายุวมุสลิมโลก wamy .1999.อัล-เมาซูอะฮฺ อัล-มุยัสสะเราะห์ ฟี อัล-อัดยาน วัลมาซาฮิบ อัล-มุอาศอเราะห์ .มักตะบะฮฺ อัล-อิรช้าด ซอนอาอฺ
สะอี้ด อิสมาอีล.1989. ฮากีกอตุล คีล้าฟ บัยนา อุละมาอฺ อัล-ชีอะห์ วา ญุมฮู้ร อุละมาอฺ อัล-มุสลิมีน.สภายุวมุสลิมโลก wamy
หะซัน บิน มูซา อัล-นูบัฆตีย์ และสะอัด บิน อับดุลเลาะห์ อัล-กุมมีย์. 1992. ฟิร็อก อัล-ชีอะห์. ด้าร อัล-รอช้าด ลิล ฏอบะอฺ
อะบี มันซู้ร อัล-บัฆดาดีย์. 1970 . อัล-ฟัรกู บัยนา อัล-ฟิร็อก . มักตะบะฮฺ อิบนุ ซีนา กรุงไคโร อียิปต์
อะบุล ฟะติฮ อะห์หมัด อัล-ซะฮฺร้อสตานีย์. 1993.อัล-มิลัล วัล นิฮัล . ด้าร อัล-มะอาริฟ ลุบนาน
อะบุล หะซัน อัล อัชอะรีย์. 2000.มะกอล้าต อัล-อิสลามียีน วัล-อิคติล้าฟ อัล-มุซ้อลลีน.อัลมักตะบะฮฺ อัล-อัสรียะฮฺ
อิฮฺสาน อีลาฮีย์ ซอฮี้ร . 1972. อัล-ชีอะห์ วะ อัล-ซุนนะฮฺ. อิดาเราะห์ ตัรญุมาน อัล-ซุนนะฮฺ กรุงลาโฮร์ ปากีสถาน
อับดุล มะลิก อิบนุ ฮีชาม . 1990 .อัล-สีเราะห์ อัล-นะบะวียะฮฺ .ด้ารุ้ลกิต้าบ อัล-อะรอบีย์
อับดุลฮาดี อับดุลฮามี้ด ศอลิห . 2016. อะคอวีย์ ตะอ้าล นะตะฟาฮัม หิว้าร บัยนา ดะอี้ญ วะ ญะอฺฟัร. มักตะบะฮฺ คูเวต
อัล–กูลัยนีย์ .2005. อุศู้ล อัล-กาฟีย์ ด้าร อัล-มุ้รตะฏอ ลิ อัล-ฏิบาอะฮฺ เบรุต
อัล-ชี้ค มุฮัมหมัด หุเซน อ้าล กาชิฟ อัล-ฆิฏ้ออฺ .1952.อัศลุ ชีอะห์ วะ อุศูลุฮา . ฏ้อบอะ อะลาอุดดีน อ้าล ญะอฺฟัร. เมืองกุม อิหร่าน
อัล-ชี้ค มะญีด อัล-ศออิฆ . 1435. อัล-ชีอะห์ รุว้าด อัล-อัดลุ วะ อัล-สลาม. มุอัสสะสะฮฺ อัล-บะล้าฆ เบรุต ลุบนาน
อัล-ชี้ค อัล-ศอดู้ก .1993. อัล-เอียะตีกอดาต ฟี ดีนนี อัล-อิมามียะฮฺ. ด้ารุล มุฟีด ลิตฏิบาอะฮฺ วันนัชรี วัตเตาซีอฺ เบรุต ลุบนาน
อัล-ซัยยิด อะบุล ฟัฏลฺ บิน อัล-ริฏอ อัลบุรกอีย์ อัลกุมมีย์ . 2013. สะวานิฮฺ อัล-อัยยาม อัยยา มิน ฮายาตีย์.ด้าร อัล-อะกีดะฮ์ ลิลนัชรี วัตเตาซีอฺ.