Publication Ethics

มาตรฐานทางจริยธรรมของวารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

 หน้าที่แและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ
 บรรณาธิการจะต้องกำกับติดตามดูและให้การดำเนินงานของวารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และถูกต้องตามจริยธรรม/จรรยาบรรณ ตามประกาศของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) เรื่องการประเมินด้านจริยธรรม/จรรยาบรรณวารสารวิชาการไทยในฐานข้อมูล TCI วันที่ 24 มิถุนายน 2562  กล่าวคือ: 

  • บรรณาธิการมีหน้าที่กำกับติดตามดูแล รับรองคุณภาพและความถูกต้องของบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ และตรวจสอบบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร โดยตรวจสอบการพิมพ์ซ้ำ/ซ้ำซ้อน การละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่น ทั้งโดยการตรวจสอบผ่านระบบของ ThaiJo และ/หรือ ระบบอักขราพิสุทธิ์ โดยวารสารได้กำหนดความซ้ำของผลงานไม่เกิน 25% ในกรณีที่ตรวจพบความซ้ำซ้อน การละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นในระหว่างการพิจารณาบทความ บรรณาธิการจะยับยั้งกระบวนการพิจารณาบทความดังกล่าว และขอคำอธิบายจากผู้เขียนบทความ หากคำอธิบายไม่มีเหตุผลและไม่มีหลักฐานรับรอง จะปฏิเสธบทความนั้นทันที กรณีที่พบความคล้ายคลึงภายหลังบทความได้เผยแพร่แล้ว บรรณาธิการจะดึงบทความออกจากวารสาร และประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าบทความนี้ได้ถูกถอดออกจากวารสารแล้ว รวมถึงแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของผู้เขียนบทความด้วย
  • บรรณาธิการมีหน้าที่ควบคุมดูแลและพิจารณาคุณภาพของบทความ โดยจะคัดเลือกบทความมาตีพิมพ์หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของบทความแล้วเท่านั้น ในการแต่งตั้งผู้ประเมินบทความ ให้บรรณาธิการแต่งตั้งผู้ประเมินจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ตรงตามสาขาของบทความที่เขียน และไม่มีประวัติว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียนบทความ
  • บรรณาธิการมีหน้าที่ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เขียนบทความต่อผู้ประเมินบทความและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประเมินบทความ โดยกำหนดให้กระบวนการตรวจสอบและประเมินคุณภาพบทความมีการปกปิดรายชื่อ หรือ Double blind peer-reviewed
  • บรรณาธิการมีหน้าที่กำกับการดำเนินงานของวารสาร ให้เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ของวารสาร ไม่ละเมิดจริยธรรม/จรรยาบรรณในการดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการตีพิมพ์บทความ อีกทั้งไม่ร้องขอและไม่บังคับให้ผู้เขียนบทความมีการอ้างอิงบทความในวารสาร ทั้งในลักษณะลับหรือเปิดเผย
  • บรรณาธิการมีหน้าที่กำกับดูและการเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความให้โปร่งใส มีการประกาศข้อมูลให้ผู้เขียนและสาธารณชนได้ทราบอัตราค่าธรรมเนียม กระบวนการ และเงื่อนในในการเรียกเก็บอย่างชัดเจน
  • บรรณาธิการจะต้องรักษาไว้ซึ่งธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน โดยไม่นำข้อมูลบางส่วนหรือทุกส่วนของบทความที่ส่งเข้ามาตีพิมพ์โดยผู้เขียนบทความไปดัดแปลงหรือทำซ้ำให้เป็นผลงานของตนเอง และจะต้องไม่ตีพิมพ์เผยแพร่บทความของตนเองในวารสาร

 

หน้าที่แและความรับผิดชอบของผู้ประเมินบทความ

  • ผู้ประเมินบทความมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการรับประเมินในสาขาวิชาที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ ใช้ความรู้ทางวิชาการอย่างรอบคอบ ด้วยเหตุและผล ด้วยความเที่ยงธรรม โปร่งใส ปราศจากอคติ และด้วยเมตตาธรรมต่อผู้เขียนบทความ ทั้งนี้ เพื่อให้บทความมีคุณภาพ ถูกต้อง สมบูรณ์ และเชื่อถือได้
  • ผู้ประเมินบทความควรประเมินบทความภายในกรอบเวลาที่วารสารได้กำหนดไว้
  • หากผู้ประเมินบทความตระหนักว่า ตนเองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) กับผู้เขียนบทความนี้ ภายหลังจากได้รับบทความเพื่อการพิจารณาแล้ว ผู้ประเมินต้องแจ้งบรรณาธิการและปฏิเสธการพิจารณาบทความนั้นในทันที
  • ผู้ประเมินบทความต้องรักษาความลับ ไม่นำข้อมูลในบทความไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อ และไม่แสดงตัวว่าเป็นผู้ประเมินบทความจนกว่าบทความจะได้รับการเผยแพร่ และผู้ประเมินบทความจะต้องรักษาไว้ซึ่งจริยธรรม/จรรยาบรรณด้วยการไม่นำข้อมูลบางส่วนหรือทุกส่วนของบทความที่ได้ประเมินไปดัดแปลงหรือทำซ้ำให้เป็นผลงานของตนเอง
  • หากผู้ประเมินบทความพบว่า บทความที่ประเมินนั้นมีความคล้าย ซ้ำซ้อน ละเมิด หรือคัดลอกผลงานของผู้อื่น ในระหว่างการพิจารณาบทความนั้น ผู้ประเมินบทความต้องแจ้งให้บรรณาธิการได้ทราบในทันที พร้อมแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อให้บรรณาธิการยับยั้งกระบวนการพิจารณาบทความดังกล่าว

 หน้าที่แและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ

  • ผู้เขียนบทความจะต้องมีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม/จรรยาบรรณ และรับรองว่าบทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ยังไม่เคยตีพิมพ์ ไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น และไม่ส่งบทความเรื่องเดียวกัน ไปยังวารสารมากกว่าหนึ่งแห่ง
  • .ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามรูปแบบการตีพิมพ์ของวารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์และตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบในการตีพิมพ์บทความอย่างเคร่งครัด
  • ผู้เขียนบทความจะต้องระบุและลำดับชื่อผู้เขียนบทความให้ถูกต้องตามรูปแบบการตีพิมพ์ของวารสาร โดยผู้เขียนซึ่งมีชื่อปรากฎอยู่ในบทความจะต้องเป็นผู้มีส่วนร่วมในบทความหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินการวิจัยเท่านั้น
  • ผู้เขียนบทความจะต้องไม่คัดลอกผลงาน หรือแอบอ้างความคิดเห็นของผู้อื่นมาเป็นของตน ไม่คัดลอกผลงานของตนเองกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่งโดยไม่มีการอ้างถึงผลงานเดิมของตน ไม่ปลอมแปลงข้อมูลหรือภาพ โดยการตัดทอน เพิ่มเติม ดัดแปลง ปรุงแต่งแก้ไขข้อมูล ข้อความ หรือภาพ หรือปฏิบัติการอื่นใด และไม่สร้างข้อมูลเท็จให้ผิดไปจากความเป็นจริงที่พบจากการดำเนินการวิจัย
  • ผู้เขียนบทความจะต้องให้เกียรติและอ้างอิงแหล่งที่มาของผลงาน ภาพ หรือตาราง ที่นำมาใช้ในบทความ เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ หากมีการตรวจพบ บรรณาธิการยับยั้งกระบวนการพิจารณาบทความดังกล่าว
  • ผู้เขียนบทความควรระบุชื่อแหล่งทุนที่ให้การสนับสนุนในการดำเนินการวิจัย (ถ้ามี) โดยใส่ไว้ในส่วนของกิตติกรรมประกาศ ทั้งนี้ หากมีผลประโยชน์ทับซ้อน (ถ้ามี) ให้ระบุไว้ในบทความด้วยเช่นกัน