การพัฒนาชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง ธุรกิจกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Main Article Content

ชวิน พงษ์มา

Abstract

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง ธุรกิจกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน 4) เพื่อเปรียบเทียบความใฝ่รู้ใฝ่เรียนก่อนและหลังการเรียน และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 50 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่งแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 5 ชนิด ประกอบด้วย 1) คู่มือครู 2) ชุดการเรียนรู้ จำนวน 7 ชุด 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก ตั้งแต่ 0.22 ถึง 0.89 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.93 4) แบบวัดความใฝ่รู้ใฝ่เรียน จำนวน 20 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก ตั้งแต่ 0.35 ถึง 0.63 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.88 และ 5) แบบวัดความพึงพอใจ จำนวน 20 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก ตั้งแต่ 0.34 ถึง 0.68 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.91 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบฯมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานใช้ t-test (Dependent Samples) ผลการวิจัยปรากฏผลดังนี้ 1) ชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง ธุรกิจกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.34/85.35 2) ดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง ธุรกิจกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเท่ากับ 0.6267 หรือคิดเป็นร้อยละ 62.67 3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง ธุรกิจกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง ธุรกิจกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 5) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือร่วมกับแผนผังความคิด เรื่อง ธุรกิจกับการดำรงชีวิต กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

ABSTRACT

This study aimed: 1) to develop of learning packages by cooperative learning together with mind mapping on the topic business and living in the career and technology learning strand of Matayomsuksa 3 students with the efficiency criteria of 80/80, 2) to study the effectiveness index of the learning packages, 3) to compare learning achievement before and after the learning, 4) to compare inquiry learning before and after the learning, and 5) to study student' satisfaction toward the learning. The samples consisted of 50 Matayomsuksa 3/3 students in the first semester of the academic year 2013 of Buakhao School, Kuchinarai District, kalasin Province, obtained by using the cluster random sampling technique. The five instruments used in the research were: 1) a teacher manual, 2) 7-set of learning packages, 3) 40-items of achievement test with discriminating power ranging form 0.22 to 0.89 and the reliability of 0.93 4) 20-items of inquiry learning test with discriminating power ranging form 0.35 to 0.63 and the reliability of 0.88 and 5) 20-items of satisfaction test with discriminating power ranging form 0.34 to 0.68 and the reliability of 0.91. The statistics used for data analysis were percentage, mean, standard deviation and t-test (Dependent Samples) The results of the research were as follows: 1) the efficiency of learning by cooperative learning together with mind mapping on the topic business and living in the career and technology learning strand of Matayomsuksa 3 students was 87.34/85.35 acording to the established criteria, 2) the effectiveness index of the learning packages by cooperative learning together with mind mapping on the topic business and living in the career and technology learning strand Matayomsuksa 3 students was 0.7267 or 72.67 percent, 3) the student' learning achievement after the learning through the learning packages by cooperative learning together with mind mapping on the topic business and living in the career and technology learning strand was higher than before the learning at the .01 level of significance, 4) the student' inquiry learning after the learning through the learning packages by cooperative learning together with mind mapping on the topic business and living in the career and technology learning strand was higher than before the learning at the .01 level of significance, and 5) the student' satisfaction of learning packages by cooperative learning together with mind mapping on the topic business and living in the career and technology learning strand was at the highest level.

Keywords

Article Details

Section
บทความวิจัย