คำแนะนำในการเตรียมต้นฉบับ

 การเตรียมต้นฉบับ

แบบฟอร์ม : ดาวน์โหลด

 

            ต้นฉบับต้องมีเนื้อเรื่องสมบูรณ์ในฉบับเขียนต้นฉบับเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ พิมพ์ต้นฉบับด้วยกระดาษขนาด B5 หน้าเดียว ภาษาไทยและภาษาอังกฤษใช้เป็นตัวอักษร        TH Niramit AS ขนาดตัวอักษร 14 ตั้งค่าหน้ากระดาษด้านบน (top) 1.95 เซนติเมตร ขอบล่าง (bottom) 2.54 เซนติเมตรขอบซ้าย (left) 2.54 เซนติเมตร ขอบขวา (right) 2.54 เซนติเมตร และควรมีความยาวไม่เกิน 10 หน้า

 คำแนะนำในการเขียนบทความ

 บทความวิจัย 

 

            1.  ชื่อเรื่อง/บทความ (Title) มีทั้งภาษาไทยขนาดตัวอักษร 18 ตัวหนา และภาษาอังกฤษขนาดตัวอักษร 16 ตัวหนา          

            2. ชื่อ/ที่อยู่ผู้เขียน (Author name & Affiliation) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขนาดตัวอักษร 16 โดยระบุชื่อผู้เขียนพร้อมด้วยสถานที่ทำงาน/หน่วยงาน  และ e-mail  ของแต่ละคนที่มีส่วนในงานวิจัยนั้นเรียงตามลำดับความสำคัญ ขนาดตัวอักษร 14         

3. บทคัดย่อ (Abstract)  มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่อง ใช้ภาษาให้รัดกุมเป็นประโยคสมบูรณ์และควรจะกล่าววัตถุประสงค์ ข้อค้นพบและสรุปผลที่ได้จากงานวิจัยนั้นๆ  โดยให้เขียนเป็นความเรียงไม่ควรมีคำย่อ  ควรจะมีย่อหน้าเดียว  โดยเขียนเป็นความเรียงความยาวไม่เกิน 300 คำ

4. คำสำคัญ (Keywords) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่เกิน 3 - 5 คำ

            5. บทนำ (Introduction) เป็นส่วนของความสำคัญที่นำไปสู่การวิจัยสรุปความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การตรวจเอกสารพร้อมวัตถุประสงค์ของการวิจัย และไม่ควรใส่ตารางหรือรูปภาพ           

            6. วิธีดำเนินการวิจัย (Materials and Methods) อธิบายเครื่องมือและวิธีการดำเนินการวิจัยให้กระชับและชัดเจนให้บอกรายละเอียดสิ่งที่นำมาศึกษา จำนวน ลักษณะเฉพาะของตัวอย่างที่ศึกษา ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการศึกษา หัวข้อวิธีการศึกษา อธิบายรูปแบบแผนการศึกษา การสุ่มตัวอย่าง วิธีหรือมาตรการที่ใช้ศึกษา วิธีการเก็บข้อมูล วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้

            7.          ผลการวิจัยและอภิปรายผล (Results and Discussion) บรรยายสรุปผล การวิจัยอย่างกระชับหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำซ้อนซึ่งมีความหมายตรงกับคำอธิบายที่มีอยู่แล้วในตารางหรือรูปภาพประกอบแต่ได้สาระครบถ้วนอยู่ด้านบนในกรณีที่เป็นตาราง เพื่อให้ทราบว่าตารางนั้นสื่อถึงเนื้อหาเรื่องใด ส่วนภาพและแผนภูมิควรมีคำอธิบายอยู่ด้านล่าง การเรียงลำดับ ภาพ ตารางหรือแผนภูมิ ควรเรียงลำดับเนื้อหาของงานวิจัย และต้องมีการแปลความหมายของผลที่ค้นพบหรือวิเคราะห์ และวิจารณ์เปรียบเทียบกับผลการวิจัยที่มีมาก่อนหน้าอย่างมีหลักการ อาจมีข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยในอนาคตและแนวทางที่จะนำไปใช้ประโยชน์        

            8.  สรุปผลการวิจัย (Conclusions) ควรสรุปสาระสำคัญที่ไม่คลุมเครือและสรุปผลว่าตรงกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น  

            9. กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgment) ควรจะมีเพื่อแสดงคำขอบคุณสำหรับแหล่งทุนสนับสนุนหรือผู้ช่วยเหลืองานวิจัยและเตรียมเอกสาร

            10. เอกสารอ้างอิง (References) เรียงลำดับเอกสารภาษาไทยก่อนภาษาอังกฤษ และเรียงลำดับตามตัวอักษรและสระ และตามจำนวนผู้เขียน กรณีผู้เขียนคนเดียวกันให้เรียงตามปี โดยใช้รูปแบบเขียนอ้างอิงที่วารสารฯกำหนด ซึ่งอ้างอิงมาจากการเขียนแบบ APA (American Psychological Association) ในการอ้างอิงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเปลี่ยนรูปแบบการเขียนจากตัวเอียงเป็นตัวหนา

 บทความวิชาการ

            1.   ชื่อเรื่อง/บทความ (Title) มีทั้งภาษาไทยขนาดตัวอักษร 18 ตัวหนา และภาษาอังกฤษ       ขนาดตัวอักษร 16 ตัวหนา

            2. ชื่อ/ที่อยู่ผู้เขียน (Author name & Affiliation) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขนาดตัวอักษร 16 โดยระบุชื่อผู้เขียนพร้อมด้วยสถานที่ทำงาน/หน่วยงาน และ e-mail  ของแต่ละคนที่มีส่วนในงานวิจัยนั้นเรียงตามลำดับความสำคัญ

3.  บทคัดย่อ (Abstract) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่อง ใช้ภาษาให้รัดกุมเป็นประโยคสมบูรณ์และควรจะกล่าววัตถุประสงค์ ข้อค้นพบและสรุปผลที่ได้จากงานวิจัยนั้นๆ โดยให้เขียนเป็นความเรียงไม่ควรมีคำย่อ ควรจะมีย่อหน้าเดียว โดยเขียนเป็นความเรียงความยาวไม่เกิน 300 คำ

4.  คำสำคัญ (Keywords) มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่เกิน 5 คำ   

            5. บทนำ (Introduction) เป็นส่วนที่มาและสาเหตุของการเขียนบทความที่มีลักษณะการกล่าวนำเรื่องโดยให้ความรู้เบื้องต้น บอกเจตนาของผู้เขียนหรือตั้งคำถามซึ่งผู้เขียนอาจเขียนให้ผู้อ่านสนใจติดตามเนื้อเรื่อง              

            6. เนื้อหา (Text) ส่วนสำคัญที่สุดของบทความ เพราะเป็นส่วนที่รวบรวมความรู้ สาระต่าง ๆ และความคิดเห็นของผู้เขียน          

            7. สรุป (Conclusion) สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการศึกษา       

            8. เอกสารอ้างอิง (References) ใช้รูปแบบการเขียนอ้างอิงที่วารสารฯ กำหนดและเขียนอ้างอิงเฉพาะเอกสารที่ปรากฏในบทความเท่านั้น (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ในรูปแบบ APA   

 การอ้างอิงเอกสารในเนื้อเรื่องของบทความ

            การอ้างอิงเอกสารในเนื้อเรื่องเป็นการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลในเนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วยชื่อผู้แต่ง แล้วตามด้วยปีที่เผยแพร่เอกสารนั้น  ถ้าเป็นเอกสารภาษาอังกฤษให้ใช้เพียงนามสกุลนำหน้าแล้วตามด้วยปีที่เผยแพร่เอกสาร ถ้ามีผู้แต่ง 2 คน ให้ใส่ชื่อทั้งสองคน โดยใช้คำว่า “และ” ถ้าเป็นภาษาอังกฤษใช้ “&” แต่ถ้าเกิน 2 คน ให้ใช้ชื่อเฉพาะคนแรก แล้วตามด้วย “และคณะ” ถ้าเป็นภาษาอังกฤษให้ใช้ “et al.,” ตัวอย่าง เช่น (อเนก และคณะ, 2548) หรือ เอนก และคณะ (2548) (Cauliflower & Flowers, 2008) (Lerdau et al., 2012) หรือ Lerdau et al. (2012) กรณีที่เป็นผู้แต่งคนเดียวกันใช้ตัวอักษรกำกับ เช่น (Lopez et al., 2008a, b) แล้วแต่โครงสร้างประโยค การเรียงลำดับของเอกสารอ้างอิงให้เรียงตามปีที่พิมพ์ก่อน แล้วตามด้วยการเรียงตามลำดับอักษร เช่น (Owen et al., 2003; Loreto et al., 2007; Monsoon et al., 2007)

            เอกสารที่อยู่ระหว่างการตีพิมพ์ (in press) ในกรณีที่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์โดยวารสารนั้นแล้ว ใช้คำว่า  in press และใส่ในรายการอ้างอิง เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์ (unpublished citations) ได้แก่ abstract รวมทั้งเอกสารที่เพิ่งจะส่งเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ (submitted) การติดต่อ  สื่อสารระหว่างบุคคล (personal communications) การสังเกตโดยบุคคล (personal observations) ให้อ้างไว้ในเนื้อหาของบทความด้วย โดยระบุเป็น unpublished เช่น (Frost & Liang, unpublished; Norby, pers. comm.; Fitter pers. obs.) แต่ไม่ต้องใส่ในรายการอ้างอิงเอกสารท้ายเล่ม                     

 

การอ้างอิงเอกสารท้ายเล่มให้ใช้รูปแบบการเขียนอ้างอิงตามที่วารสารฯ กำหนด ซึ่งอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ระบบ APA (American Psychological Association) โดยเปลี่ยนรูปแบบการเขียนจากตัวเอียงเป็นตัวหนา                                                      

1.  การเขียนรายการอ้างอิงจากหนังสือ

ชื่อ-ชื่อสุกลผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อหนังสื่อ./(ครั้งที่พิมพ์)./เมืองที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.  เช่น

กองชัย  อภิวัฒน์รังสรรค์. (2523). บรรษัทข้ามชาติ: โฉมหน้าใหม่จักรพรรดินิยม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

Stock, G., & Campbell, J. (Eds.). (2000). Engineering the Human Genome: An Exploration of the Science and Ethics of Altering the Genes We Pass to Our Children. NewYork: Oxford University Press.

 2.  การเขียนรายการอ้างอิงจากวิทยานิพนธ์

 

ชื่อผู้เขียนวิทยานิพนธ์./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อวิทยานิพนธ์./ระดับวิทยานิพนธ์ ชื่อสาขาวิชาหรือภาควิชา  ชื่อคณะ  ชื่อมหาวิทยาลัย.  เช่น

อภินันท์  ไม้งาม. (2541). คุณลักษณะของแรงงานตามความต้องการของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรี. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

3.  การเขียนรายการอ้างอิงจากบทความ

ชื่อผู้เขียนบทความ./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อบทความ./ในชื่อบรรณาธิการ(ถ้ามี),/ชื่อหนังสือ,//เลขหน้า. /เมืองที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.  เช่น

ชัยพร  วิชชาวุธ. (2518). การสอนในระดับอุดมศึกษา. ในการสอนและการวัดผลการศึกษา, หน้า 1-30. พระนคร: ฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

4. บทความในวารสาร

ชื่อผู้เขียนบทความ./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อบทความ./ชื่อวารสาร,/ปีที่(เล่มที่),/เลขหน้า.  เช่น

ประภาวดี  สืบสนธิ์. (2533). พัฒนาการงานวิจัยทางบรรณารักษศาสตร์ และสารนิเทศศาสตร์ในประเทศไทย. วารสารห้องสมุด, 34(9), 14-31.

Baldwin, C.M., Bevan, C., & Beshalske, A. (2000).  At-risk minority populations in a church-based clinic: Communicating basic needs. Journal of Multicultural Nursing & Health, 6(2), 26-28.

5. เอกสารวิชาการอื่น ๆ   

ชื่อผู้เขียน หรือหน่วยงาน./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่องหรือชื่อหนังสือ./ประเภทของเอกสาร./สถาบันหรือหน่วยงานที่จัดพิมพ์, เมืองที่พิมพ์. จำนวนหน้าทั้งหมด.  เช่น

ทวีศักดิ์ ชโยภาส. (2544). แมลงศัตรูปาล์มน้ำมันในประเทศไทย. เอกสารวิชาการ. กองกีฏและสัตววิทยากรมวิชาการเกษตร, กรุงเทพฯ. 126 หน้า.

 6. การเขียนรายการอ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

ชื่อผู้แต่ง.//(ปีที่เผยแพร่).//ชื่อเรื่อง.//[ประเภทของสื่อ].//สถานที่ผลิต:/ชื่อผู้ผลิตหรือผู้เผยแพร่.//วัน เดือน ปี ที่เข้าถึงข้อมูล.//จาก//ชื่อแหล่งข้อมูลหรือที่อยู่ที่ใช้สืบค้นในอินเทอร์เน็ต. เช่น

ไพโรจน์  อุลิต. (2546). บทเรียนออนไลน์ วิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์. https://it.ripa.ad.th/courseware2/เข้าถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2547. 

Chou, L., McClintock, R., Moretti, F., & Nix, D.H. (1993).  Technology and education: New wine in new bottles: Choosing pasts and imagining educational futures. https://www.ilt.columbia.edu/publications/papers/newwine1.htmlRetrieved. August 24, 2000. Institute for Learning Technologies: Columbia University.