อิทธิพลของระยะของโรค การแพร่กระจายไปต่อมนํ้าเหลืองบริเวณคอ การได้รับยากลุ่มโอพิออยด์ และเทคนิครังสีรักษา ต่อภาวะโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ

Main Article Content

กานตรัชต์ โรจนพันธ์ ปรางทิพย์ ฉายพุทธ สุวิมล กิมปี นันทกานต์ เอี่ยมวนานนทชัย

Abstract

วัตถุประสงค์ของการวิจัย: เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยคัดสรรข้อมูลด้านโรคและ การรักษา ต่อภาวะโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ

การออกแบบวิจัย: การวิจัยเชิงบรรยายแบบตัดขวางการดำเนินการวิจัย: การวิจัยนี้ใช้ทฤษฎีการปรับตัวของรอย (Roy Adaptation Model) เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับรังสีรักษาหรือรังสีรักษาร่วมกับเคมีบำบัด ณโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ 2 แห่งในกรุงเทพมหานคร จำนวน 80 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลด้านโรคและรักษา และแบบประเมินภาวะโภชนาการฉบับย่อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ใช้สถิติทดสอบทีในการคัดสรรปัจจัย และสถิติถดถอยพหุคณูแบบขั้นตอนในการวิเคราะห์อิทธิพล ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยคัดสรรได้แก่ ระยะของโรค (r = -.326, p = .004) การแพร่กระจายไปต่อมนำเหลืองบริเวณคอ (r = -.316, p = .005) การได้รับยากลุ่มโอพิออยด์ (r = -.241, p = .034)และเทคนิครังสีรักษา (r = -.225, p = .046) มีความสัมพันธ์เชิงลบกับภาวะโภชนาการ แต่มีเพียงระยะของโรคเท่านั้นที่มีอิทธิพลต่อภาวะโภชนาการ โดยอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 13.8 (R2 = .138,p < .01) จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า ผู้ป่วยที่มีระยะของโรคที่ก้าวหน้ามากจะมีภาวะโภชนาการที่เลวลง

ข้อเสนอแนะ: พยาบาลควรให้ความสำคัญเรื่องภาวะโภชนาการในผู้ป่วยที่ได้รับรังสีรักษาหรือรังสีรักษาร่วมกับเคมีบำบัด (Concurrent radio-chemotherapy)ที่มีการดำเนินของโรคในระยะที่มีการแพร่กระจายไปที่ต่อมนำเหลืองบริเวณคอ (advanced staging with neck node metastasis) รวมทั้งมีการจัดการความปวดที่มีประสิทธิภาพ

คำสำคัญ: มะเร็งศีรษะและคอ การแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ภาวะโภชนาการ การได้รับยากลุ่มโอพิออยด์ ระยะของโรค

Keywords

Article Details

How to Cite
1.
โรจนพันธ์ก, ฉายพุทธป, กิมปีส, เอี่ยมวนานนทชัยน. อิทธิพลของระยะของโรค การแพร่กระจายไปต่อมนํ้าเหลืองบริเวณคอ การได้รับยากลุ่มโอพิออยด์ และเทคนิครังสีรักษา ต่อภาวะโภชนาการในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ. Thai Journal of Nursing Council [Internet]. 1 [cited 20May2019];28(2):13-9. Available from: https://www.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/11641
Section
Research Reports