ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ในเขตภาษีเจริญ

Main Article Content

ปุณญารัตน์ เด่นไตรรัตน์ ธีระวัฒน์ จันทึก

Abstract

          การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและเปรียบเทียบความเต็มใจจ่ายของผู้บริโภคในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม และ 2) ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมนอกจากนี้ยังศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ในเหตุการณ์สมมติที่ 1-3 กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา จำนวน 400 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบสมมติฐาน ใช้สถิติค่าสหสัมพันธ์ (Correlation Analysis) และค่าถดถอยโลจิสติกส์ (Logistic Regression)


               ผลการวิจัย พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุ 25-30 ปีการศึกษาระดับปริญญาตรีสถานภาพโสดมีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชนและมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-40,000 บาท สำหรับส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ในเขตภาษีเจริญ โดยภาพรวมพบว่า ให้ความสำคัญอยู่ในระดับมากที่สุดโดยให้ความสำคัญด้านลักษณะทางกายภาพมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านบุคลากรและด้านกระบวนการให้บริการส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายในส่วนของข้อมูลเหตุการณ์สมมติความเต็มใจจ่ายของผู้บริโภค พบว่า เหตุการณ์สมมติที่ 1 ผู้บริโภคมีความเต็มใจจ่าย ร้อยละ 80.50 เหตุการณ์สมมติที่ 2 ผู้บริโภคมีความเต็มใจจ่าย ร้อยละ 21.00 และเหตุการณ์สมมติที่ 3 พบว่า ผู้บริโภคยังคงมีความเต็มใจจ่ายร้อยละ 87.75 ตามลำดับ และในการทดสอบสมมติฐานพบว่าปัจจัยส่วนบุคคลด้านสถานภาพสมรสและรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมีผลต่อความเต็มใจจ่ายในเหตุการณ์สมมติที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลทุกปัจจัยมีผลต่อความเต็มใจจ่ายในเหตุการณ์สมมติที่ 2 และ 3 นอกจากนี้ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดด้านราคาและด้านลักณะทางกายภาพส่งผลต่อความเต็มใจจ่ายของผู้บริโภคในเหตุการณ์สมมติที่ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


           The purposes of this research were to 1) study and compare on consumer willingness to pay for buy condominium and 2) classified by personal factors and marketing mixed. That affects the purchase condominium. Study the relationship between personal factors and marketing mixed in the assumption that 1-3. The study population was 400. Data were collected using questionnaires. The data were analyzed using percentage, mean, and standard deviation. Hypothesis testing use correlation analysis and logistic regression test.


               The findings revealed as follows: Most of the respondents are female, Age 25-30, Bachelor degree, work at private company employee and have an average monthly income 20,001-40,000 baht. Marketing mixed factors that affect the purchase condominium. Overall, the focus is on the highest level. By focusing on the physical evidence most. Secondly, people and process. The lowest mean is distribution channel. In the case of consumer assumptions, case 1: consumers are willing to pay 80.50 percent. Case 2: consumers are willing to pay 21.00 percent and case 3: assumption is that consumers are still willing to pay 87.75 percent, respectively. In hypothesis testing -that personal factors of marital status and average monthly income had a significant effect on the willingness to pay for case 1 and total personal factors affecting the willingness to pay for case 2 and 3. In addition, marketing mix factors price and physical evidence affect consumer willingness to pay in case 3 respectively at the .05 level of significance.

Keywords

Article Details

Section
บทความ : มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ