วัฒนธรรมการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยชนเผ่าอิ้วเมี่ยน

  • จันทรา แซ่ลิ่ว ภาควิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
คำสำคัญ: วัฒนธรรม, การอบรมเลี้ยงดู, เด็กปฐมวัย, ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวัฒนธรรมการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยของชนเผ่าอิ้วเมี่ยน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน  65 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมอิ้วเมี่ยน จำนวน 20 คน และผู้ปกครองเด็กปฐมวัย จำนวน 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบเจาะลึก แบบสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบรรยายพรรณนา

ผลวิจัยพบว่า ชนเผ่าอิ้วเมี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและโครงสร้างทางกายภาพไปตามยุคสมัยค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลต่อการเตรียมตัววางแผนครอบครัว  กล่าวคือ จะแต่งงานและมีบุตร เมื่อมีความพร้อมทั้งในด้านสุขภาพร่างกายและด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่มีบุตรทันทีเมื่อแต่งงานและอายุยังน้อย ในการดำเนินชีวิตและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยของชนเผ่าอิ้วเมี่ยน จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม และความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน

ผู้ปกครองอิ้วเมี่ยนจะอบรมเลี้ยงดูเด็กร่วมกันโดยไม่แบ่งหน้าที่ชัดเจน ใช้รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตยและการปล่อยปละละเลยในบางครอบครัว  นำองค์ความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ เช่น จากคำสอนของผู้อาวุโส จากคำแนะนำของแพทย์ จากหนังสือ เป็นต้น ในการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ควบคู่กับการเลี้ยงดูบนพื้นฐานของวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรมและความเชื่อ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ มุ่งส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตมีพัฒนาการที่สมวัย เป็นคนดี และสามารถเลี้ยงดูครอบครัวเมื่อเติบโตได้

เอกสารอ้างอิง

คลังปัญญาไทย. (2550). ปัญหาวิกฤตครอบครัวไทย. สืบค้นจาก https://www.panyathai.or.th

เครือข่ายวัฒนธรรมอิ้วเมี่ยน. (2545). สาระองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอิ้วเมี่ยน (เย้า). องค์กรชุมชนบ้านปางค่า - ปางพริก. พะเยา : สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม.

ชลาธิป สมาหิโต. (2549). การพัฒนาภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ธันวา จิตต์สงวน และคณะ. (2551). คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้วยการเล่านิทาน อ่านหนังสือ และการเล่นกับลูก. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ : กรุงเทพมหานคร.

มาลินี จำเนียร. (2537). การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ความเชื่อและพฤติกรรมของมารดาหลังคลอด. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข, มหาวิทยาลัยมหิดล.

วรรณวิมล วิเชียรฉาย. (2549). ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนหลังคลอดของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์โรงพยาบาลพระปกเกล้า. วิทยาลัยพยาบาลพระปกเล้า สาขาการพยาบาลครอบครัว: จันทบุรี.

ศูนย์ประสานงานพัฒนาการศึกษาบนพื้นที่สูง. (2536). ชาวเขาในประทศไทย. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สายฝน แสนใจพรม. (2559). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาสื่องการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในชุมชน. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 17(2), 101-110.

อานันท์ กาญจนพันธ์. (2544). วิธีคิดเชิงซ้อนในการวิจัยชุมชน : พลวัตและศักยภาพของชุมชนในการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

อำภาพร พัววิไล. (2546). ค่านิยม ความเชื่อ เรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กในขวบปีแรก. การศึกษาเชิงคุณภาพ.
กรุงเทพมหานคร : โครงการวิจัยระยะยาวในเด็กไทย.
เผยแพร่แล้ว
2018-12-26
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (RESEARCH ARTICLE)