การบริหารสถานศึกษาตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔

พิมพ์ใจ โนนธิง

Abstract


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาการบริหารตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ ๒) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นการบริหารตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการ ศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ จำแนกตามสถานภาพ ประสบการณ์การทำงาน และขนาดสถานศึกษา ๓) เพื่อหาแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาการบริหารตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน ๔๗ คน และครูผู้สอน จำนวน ๒๔๙ คน รวมทั้งสิ้น ๒๙๖ คน ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .๘๗ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างโดยการทดสอบด้วยค่าที (t-test independent sample) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (F-test แบบ one - way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe, method)       

ผลการวิจัยพบว่า การบริหารสถานศึกษาตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ โดยภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีการปฏิบัติเรียงลำดับจากมากไปน้อย : ด้านการบริหารตามหลักกรุณา ด้านการบริหารตามหลักเมตตา ด้านการบริหารตามหลักอุเบกขา และด้านการบริหารตามหลักมุทิตา ตามลำดับ ผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ จำแนกตามสถานภาพ โดยภาพรวม มีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .๐๑ โดยผู้บริหารสถานศึกษา   มีการปฏิบัติสูงกว่าครูผู้สอน ผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมมีการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน และผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ จำแนกตามขนาดสถานศึกษา โดยภาพรวมมีการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .๐๑ โดยบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาขนาดใหญ่ มีการปฏิบัติมากกว่าขนาดกลางและขนาดเล็ก

แนวทางในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาตามหลักพรหมวิหาร ๔ ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๔ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีเมตตา คือมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ไม่สร้างความแตกแยก ช่วยแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมงาน มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน กรุณาคือผู้บริหารสถานศึกษาต้องสร้างความตระหนัก สร้างจิตสำนึกการให้การช่วยเหลืองานแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ชุมชน สังคม อย่างจริงจัง จริงใจ ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ให้กำลังใจต่อเพื่อนร่วมงานด้วยใจบริสุทธิ์ และยุติธรรม มุทิตา คือผู้บริหารสถานศึกษาต้องแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่พูดจาว่าร้ายให้ผู้อื่นเสียหาย และอุเบกขา คือผู้บริหารสถานศึกษาประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณวิชาชีพ ส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากรพัฒนาตนเองตามศักยภาพ ไม่มีอคติต่อเพื่อนร่วมงาน วางตัวเป็นกลาง ควรพิจารณาใคร่ครวญด้วยปัญญา มีเหตุผล ถูกต้องและเที่ยงธรรมไม่เอนเอียง ให้ความยุติธรรมแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่าๆ กันทุกคน คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และวางตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่งของตนและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

Keywords


พรหมวิหาร ๔; เมตตา; กรุณา; มุทิตา; อุเบกขา; Brahmavihara 4; Metta (Loving-Kindness); Karuna (Compassion); Mudita (Sympathetic Joy); Upekkha (Equanimity)

Full Text:

PDF


Copyright (c) 2017 วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ (Dhammathas Journal)

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 114)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 085-7521693
e-mail : dhammathas@hotmail.com
http://www.journal-dhammathas.com