Research and Development of a School Administrator Empowerment Model That Creates Engagement with Teachers’ Research

Main Article Content

กมลวรรณ ป้องวิเศษ มาลีรัตน์ ขจิตเนติธรรม เสกสรรค์ ทองคำบรรจง

Abstract

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ นิยามองค์ประกอบและตัวชี้วัดของความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู และตรวจสอบความตรงของโมเดลการวัดความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการเสริมพลังของผู้บริหารเพื่อการยกระดับความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู 3) เพื่อตรวจสอบผลของรูปแบบการเสริมพลังของผู้บริหารเพื่อการยกระดับความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 พัฒนาตัวบ่งชี้ความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู สร้างองค์ประกอบ เชิงยืนยันเพื่อตรวจสอบตัวบ่งชี้และกำหนดองค์ประกอบของความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู ตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน จำนวน 500 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการเสริมพลังของผู้บริหารที่สร้างความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูร่วมกับแนวคิดทฤษฎีและเอกสารที่ผู้วิจัยได้ศึกษาไว้ในระยะที่ 1 และศึกษาผลการใช้รูปแบบการเสริมพลังที่สร้างความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูระยะที่ 3 โดยใช้เป้าหมายเป็นครูจำนวน 22 คน จากโรงเรียนในเขตพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทร การวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรม LISREL 8.72 และ การวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า


        1. องค์ประกอบและตัวชี้วัดของความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การอ่านงานวิจัย การทำวิจัยและใช้ผลวิจัย และการสะท้อนผลวิจัย แต่ละองค์ประกอบจะประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด เมื่อตรวจสอบความตรงของโมเดลการวัดความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู พบว่า ค่าดัชนีทดสอบความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู มีความสอดคล้องเหมาะสมดีกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ตัวชี้วัดในแต่ละองค์ประกอบย่อย และของค่าน้ำหนักองค์ประกอบของตัวแปรแฝง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ทุกค่า และพบว่าชุดของตัวชี้วัดมีความสอดคล้องภายในและมีความตรงในการลู่เข้า และโมเดลความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู มีความตรงตามโครงสร้าง และโมเดลสมมติฐานมีความเหมาะสมสอดคล้องดีกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square=14.107, p = 0.079 ที่ df 8, GFI=0.994, AGFI=0.965, RMR=0.012)


        2. รูปแบบการเสริมพลังของผู้บริหารที่สร้างความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู ได้พัฒนาการเสริมพลังจำแนกเป็น 2 มิติ ได้แก่ การสนับสนุนส่งเสริม และการให้ข้อมูลป้อนกลับ แต่ละมิติประกอบด้วยการตั้งเป้าหมาย การสร้างความสามารถ การพัฒนาตนเอง และหลักการปฏิรูปหรือหลักการเปลี่ยนแปลง ทำให้ได้แนวทาง 8 แนวทาง แต่ละแนวทางมีกิจกรรมเสริมพลัง 2 กิจกรรม ยกเว้น หลักการปฏิรูปหรือหลักการเปลี่ยนแปลง มี 2 กิจกรรม รวมทั้งหมดเป็น 14 กิจกรรม โดยคุณภาพของเครื่องมือวัดจากความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ มีค่า 0.80 - 1.00 ทุกกิจกรรม


        3. ผลการใช้รูปแบบการเสริมพลังของผู้บริหารที่สร้างความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู พบว่ามีความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยระดับมาก ปานกลางและระดับน้อย จำนวน 5 คน 9 คนและ 8 คน ตามลำดับ ครูกลุ่มที่มีระดับความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยมาก ได้รับการเสริมพลังรวม 14 กิจกรรมด้วยเทคนิคการสนับสนุนส่งเสริม ทั้ง 7 กิจกรรม และเทคนิคการให้ข้อมูลป้อนกลับใน 7 กิจกรรม ครูพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ   มีพัฒนาการการทำวิจัยดีขึ้น มีทัศนะที่ดีต่อการวิจัยมากขึ้น ต้องการจะทำวิจัยต่อไปและผู้บริหารควรส่งเสริมให้การทำวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานปกติ ร่วมกับการจัดการเรียนการสอนของครู นำความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูมาเป็นเครื่องมือโดยมีการสร้างระบบและกลไกการสร้างครูนักวิจัยไว้ในแผนการดำเนินงานของโรงเรียน มีการสร้างระบบและกลไกการสร้างครูนักวิจัย รวมถึงการสร้างระบบการกำกับติดตามผลการพัฒนาครูด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาครูให้ก้าวหน้าสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ

Article Details

Section
Research Article

References

กชกร เกียรติศรศรี. (2554). การวิเคราะห์องค์ประกอบ ระดับ และตัวแปรที่สัมพันธ์กับความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ประวิต เอราวรรณ์. (2548). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจครูในโรงเรียน : กรณีศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุทธิศานติ์ ชุ่มวิจารณ์ สุวิมล ว่องวาณิช และ ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ. (2559). วารสารวิจัย มสด สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(2), 83-107.

อัจศรา ประเสริฐสิน. (2555). การวิจัยและพัฒนาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูโดยใช้เทคนิคการเสริมพลัง. ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bandura, A. (1986). Social Foundations of Thought and Action: A Social Cognitive Theory, Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

______. (1997). Self-efficacy: The Exercise of Control. San Francisco, CA: Freeman. Bell, B., & Gilbert, J. (1996). Teacher Development: A Model from Science Education. London: Falmer Press.

Boydell, T. (1985). Management Self-development: A Guide for Managers. Organizations and Institution. Geneva: International Labour Office : 57-62

Borg, S. (2007). Research engagement in English language teaching. Teaching and Teacher Education, 23, 731-747.

______. (2009) English Language teachers’ conceptions of research. Applied Linguistics, 30, 358-388.

______. (2010). Language teacher research engagement. Language teaching Research, 43, 391-429.

Cattaneo. L.B., & Chapman.A.R. (2010). The Process of Empowerment: A Model for Use in Research and Practice. American Psychologist, 65, 646-659.

Clark, T. (2010). On ‘being researched’: Why do people engage with qualitative research?. Qualitative Research. 10, 399-419.

Davis, J. and Wilson, S. M. (2000). Principals’ Efforts to Empower Teacher: Effects on Teacher Motivation and Job Satisfaction and Stress. The Clearing House, 73(6), 349-353.

Drost, E. (2011). Validity and Reliability in Social Science Research. Education Research and Perpectives, 38(1), 105-123.

Handscomb, G., & MacBeath, J. (2003). The Research- engaged School. Chelmsford: Forum for Learning and Research Enquiry (FLARE). Essex County Council.

Gagne, P.& Hancock, G.R. (2006). Measurement model quality, sample size, and solution propriety in confirmatory factor models. Multivariate Behavioral Research, 41, 65-83.

Gao, X., Barkhuizen, G., & Chow, A. W. K. (2011). Research engagement and educational decentralization: Problematising primary school English teachers’ research experiences in China. Educational Studies, 37, 207-219.

Gao, X.,& Chow, A,W,K, (2011). Primary school English teachers’ research Engagement. ELT Journal, [Online]. Available from: https://eltj.oxfordjournals.Org/content/early/2011/06/29/elt.ccr046.abstract [2016, August 4].

Kinlaw, D.C. (1995). The practice of empowerment: Making the most of human competence. Hampshire: Gower.

Lampe, D., & Parr, J. (1996). Empowering Citizens in Handbook of Public Administration. 2 ed. San Francisco: Jossey-Bass.

Megginson, D. & Pedier. M. (1992). Self Development: A Facilitator’ Guide. London: McGraw Hill.and Need to be Successful. The Delta kappa Gamma Bulletin, 73(2), 63-78

Ozturk, M.A. (2010). An exploratory study on measuring educators’ attitudes toward educational research. Educational Research and Reviews, 5, 758-769.

______. (2011). Confirmatory factor analysis of the educators’ attitudes toward educational research scale. Educational Sciences: Theory & Practice, 11, 737-747.

Petty, T. M. Z. (2007) Empowering Teachers: They Have Told Us What They Want and Need to be Successful. The Delta kappa Gamma Bulletin, 73(2), 25-28.

Reitzug, U.C. (1994). A case study of empowering principal behavior. American Educational Research Journal, 31, 283-307.
Schaufeli, W. B., & Salanova, M. (2007). Work Engagement: an emerging psychological concept and its implications for organizations. In S. W. Gilliland, D.D. Steiner & D.P. Skarlicki (Eds.), Research in social issues in management :Vol.5. Managing social and ethical issues in organization. Greenwich. CT: Information Age Pub Incorporated. Schaufeli. W. B., Salanova, M., Gonzalez-Roma, V., & Bakker. A. B. (2002). The measurement of engagement and burnout: A two sample confirmatory factor analytic approach, Journal of Happiness studies, 3(1), 71-92.

Scarnati, J.T., and Scarnati, B.J. (2002). Empowerment: The Key to quality TQM. New York : McGraw-Hill Companies.

Sharp, C., Eames, A., Sanders, D., & Tomlinson, K. (2006). Leading a Research Engaged School.[online] Available from: https://www.preonline.co.uk/REpdfs/4_researcheng agedncsl.pdf [2017mJuly 5].

Short,P.,& Rinehart, J.S. (1992). School participant empowerment scale: Assessment of level of empowerment within the school environment. Educational and Psychological Measurement, 52, 951-960.

Swansburg, R.C. (1968). Inservice Education. New York: G.P. Puthum’s Sage.

Wallerstein, N. (1992). Powerless, empowerment, and health education: Implication for health promotion program. American Journal of Health Promotion, 6, 197-225.

Wan, E. (2005). Teacher empowerment: Concepts, Strategies, and Implications for school in Hong Kong. Teachers College Record, 107, 842-861.