THE STUDY BY GATHERING SONGS AND ANCIENT DANCE IN TAPONYAI VILLAGE, KHLUNG DISTRICT, CHANTHABURI PROVINCE

Main Article Content

พิสุทธิ์ การบุญ ชวัลรัตน์ สมนึก

Abstract

Songs and ancient dance are Thai art and culture in the aspects of lyrics to be component of dance acting. Songs and ancient dance will help create fun, pleasure and relaxation from seriousness of everyday problems. Ten songs and ancient dance in this research are a part of Mr. Kan Koranee’s interviewed, from about thirty songs, but are popular in singing in the band about 10 songs. From the study and analyses of ten songs and ancient dance of Mr. Kan Koranee’s band, there was finding that songs were Monophonic Texture, using Simple Time, 2/4 Duple Time. The styles contained all 25 forms of tempo styles. The gamut contained two characteristic; first, gamut having simple pair of sound and second, gamut having mixed pair of sound. The note which is in the lowest level of sound is Note G below the little line at the second line of five lines, in Red Turtle Dove Song and Evening Song. The note which is in the highest level of sound is Note A above the five lines overlay the first little line, in Rainbow Song. Furthermore, there is finding that all songs use only 5 - 7 notes. Songs can be divided by analyzing scales of sound into three song groups, those are: group of five scales (Wai-Kru, Pak-sa-ja-bin, Yam-yen and Kra-tai-jao-kha), group of six scales (Rell-kao-si, Ram-wong-kan-kon-na-teau, Jao-nok-khao, Nok-khao-fai, Ka-wao) and group of seven scales (Roong-gin-nam).


 

Keywords

Article Details

How to Cite
การบุญพ., & สมนึกช. (2018). THE STUDY BY GATHERING SONGS AND ANCIENT DANCE IN TAPONYAI VILLAGE, KHLUNG DISTRICT, CHANTHABURI PROVINCE. Institute of Culture and Arts Journal, 19(2), 114-122. Retrieved from https://www.tci-thaijo.org/index.php/jica/article/view/129928
Section
บทความวิจัย

References

ณัชชา โสคติยานุรักษ์. (2542). ทฤษฎีดนตรี. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บัวผัน สุพรรณยศ และคณะ. (2557). รายงานการวิจัยเพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทาง
วัฒนธรรม: เพลงพื้นบ้านภาคกลาง. โครงการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม.
ภิญโญ ภู่เทศ. (2547). การศึกษาทำนองเพลงรำวงโบราณของตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์. ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยดุริยางควิทยา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.
เลอพงศ์ กัณหา. (2554). เพลงพื้นบ้าน : กรณีศึกษาเพลงรำวงพื้นบ้านดอนคา ตำบลดอนคา อำเภอ ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์. ปริญญานิพนธ์. ปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา มานุษยดุริยางควิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.
วุฒิชัย อุตส่าห์ และคณะ. (2554). อ้างถึงใน นำชัย ศุภฤกษ์ชัยสกุล วิชุดา กิจธรธรรม ฐาศุกร์ จันประเสริฐ และนรสิรา พึ่งโพธิ์สภ. (2557). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรม ตามค่านิยมและวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการสังเคราะห์งานวิจัย. รายงานวิจัยสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ศรัณย์ นักรบ. (2557). ดนตรีชาติพันธุ์วิทยา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ศศิธร สมัยกุล. (2547). เพลงรำโทน : กรณีศึกษาจังหวัดลพบุรี. ปริญญานิพนธ์ ศป.ม. (มานุษยดุริยางควิทยา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.
สุชาติ แสงทอง. (2549). การวิเคราะห์องค์ประกอบทางดนตรีเพลงรำโทน. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
สุชาติ แสงทอง และคณะ. (2553). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชาดนตรี. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. ถ่ายเอกสาร.
สุนันทา มิตรงาม. (2558, กรกฎาคม-ธันวาคม). ทิศทางนโยบายการบริหารจัดการดนตรีและการแสดงของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ. ปีที่ 17(1): 109.
Frans Wiering et al. (2009). Modelling Folksong Melodies. Interdisciplinary Science Reviews. Vol. 34(2–3): 157–158.
Thipsuda Imjai et al. (2013, September). Conservation and Development of Central Thai Folk Music for Cultural Inheritance. International Journal of Academic Research in Business and Social Sciences. Vol. 3(9): 687.
William Duckworth. (1998). A Creative Approach to Music Fundamentals. 6th Ed. Washington: Wadsworth Publishing Company.