ประกาศเรื่อง: กำหนดอัตราค่าดำเนินการจัดพิมพ์บทความในวารสารสารสนเทศศาสตร์

2018-06-16

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการกำหนดอัตราค่าดำเนินการจัดพิมพ์บทความในวารสารสารสนเทศศาสตร์  โดยกำหนดอัตราค่าดำเนินการจัดพิมพ์ บทความละ 2,000 บาท 

*** โอนเงินภายหลังจาก ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์จากกองบรรณาธิการ***

                   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป     

 

หมายเหตุ    ท่านสามารถโอนเงินค่าดำเนินการจัดพิมพ์บทความ

                    ผ่านบัญชี   ธนาคารไทยพาณิชย์       สาขา           มหาวิทยาลัยขอนแก่น

                    ชื่อบัญชี   ค่าสมัครกลุ่มวิชาการ         เลขที่บัญชี       551-3-02535-3      ประเภทบัญชี      กระแสรายวัน

                    เมื่อท่านดำเนินการเรียบร้อยแล้ว กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินใบนำฝาก (Pay-in-Slip) พร้อมทั้งแจ้งชื่อ-นามสกุล ผู้เขียนบทความหรือหน่วยงาน (กรณี สมัครสมาชิก) และที่อยู่ รหัสไปรษณีย์  ส่งมาที่ E-mail: suwannee.hoai@gmail.com เพื่อดำเนินการให้มหาวิทยาลัยออกใบเสร็จรับเงินและจัดส่งใบเสร็จรับเงินให้ผู้เขียนบทความหรือหน่วยงานต่อไป

*** ทั้งนี้ สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอสงวนสิทธิ์ว่า การโอนเงินค่าดำเนินการจัดพิมพ์บทความ และค่าสมัครสมาชิก มาแล้ว ไม่สามารถขอรับเงินคืนได้ไม่ว่ากรณีใดๆ

                                                                               

คู่มือแนะนำการเตรียม Template ของวารสารสารสนเทศศาสตร์

2018-01-05

นโยบายการจัดพิมพ์

วารสารสารสนเทศศาสตร์ เป็นวารสารราย 4  เดือน ออกปีละ 3 ฉบับ โดยความร่วมมือของสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนด้านสารสนเทศศาสตร์ในระดับบัณฑิตศึกษา จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้คณาจารย์บรรณารักษ์และนักสารสนเทศ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และนักวิชาการทั่วไป ได้มีโอกาสเสนอผลงานวิชาการ เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวิทยาการในสาขาสารสนเทศศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เสนอเพื่อตีพิมพ์

       >>> บทความจะต้องอยู่ในรูปแบบของบทความวิจัย บทความทางวิชาการ บทความปริทัศน์ และบทวิจารณ์หนังสือ

       >>> บทความจะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน รวมถึงไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น

       >>> บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ ในสาขาที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ

       >>> บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะมีค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์ บทความละ 2,000 บาท

การเตรียมต้นฉบับ

บทความที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ ต้องพิมพ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ต้นฉบับพิมพ์ด้วยกระดาษ A4 หน้าเดียว ความยาวไม่เกิน 15 หน้า และต้องมีส่วนประกอบ ดังนี้

        >>> ชื่อเรื่อง (Title) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตัวหน้า ขนาดตัวอักษรใหญ่กว่าชื่อผู้แต่ง

        >>> ชื่อผู้แต่ง (Author) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยู่ถัดลงมาจากชื่อเรื่องและใช้ขนาดตัวอักษรเล็กกว่าชื่อเรื่อง

        >>> ชื่อหน่วยงานที่สังกัด (Affiliation) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใส่ไว้ที่ท้ายหน้า (footer) โดยไม่ระบุตำแหน่งทางวิชาการหรือสถานภาพใดๆ โดยสังกัดของผู้แต้งต้องมีเพียงสังกัดเดียว (หากมีหลายสังกัดให้เลือกเพียง 1 สังกัด)และเรียงลำดับจากหน่วยงานระดับตั้น ไปจนถึงหน่วยงานหลัก เช่น สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

         >>> ข้อมูลการติดต่อผู้แต่ง โดยให้ระบุเป็นอีเมลของผู้แต่ง ใส่ต่อท้ายจากชื่อหน่วยงานที่สังกัด

         >>> บทคัดย่อ (Abstract) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 200 คำ   

         >>> คำสำคัญ (Keyword) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยภาษาไทยใส่ไว้ด้านล่างบทคัดย่อ ภาษาอังกฤษใส่ไว้ด้านหลัง Abstract

         >>> เนื้อหาของบทความ หากเป็นบทความวิจัย ให้จัดโครงสร้างของบทคามเรียงตามลำดับ คือ บทนำ วิธีการศึกษา ผลการศึกษา อภิปรายผล สรุปและข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิง

         >>> เอกสารอ้างอิง (Reference) กรณีที่มีการอ้างอิงในเนื้อเรื่อง ให้ใช้การอ้างอิงแบบระบบชื่อ-ปี (name-year system) โดยระบุชื่อผู้แต่งและปีพิมพ์ของเอกสาร ไว้ข้างหน้าหรือข้างท้ายของข้อความที่ต้องการอ้าง ในส่วนของการอ้างอิงท้ายบทความ ผู้เขียนจะต้องรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผู้เขียนใช้อ้างอิงในการเขียนบทความ และจัดเรียงตามตัวอักษรชื่อผู้แต่ง

การส่งบทความ

ให้ส่งบทความต้นฉบับที่ https://www.tci-thaijo.org/index.php/jiskku หรือ isjournal@kku.ac.th กองบรรณาธิการจะแจ้งการได้รับและผลการพิจารณาให้ทราบทางอีเมล

รูปแบบการอ้างอิงเอกสาร

2016-10-05

รูปแบบการอ้างอิงเอกสาร

การอ้างอิงเอกสารให้เขียนตามแบบ APA (American Psychological Association) โดยอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษทั้งบทความ

                การอ้างอิงในเนื้อหาบทความ

                ให้อ้างชื่อผู้แต่งหรือชื่อเรื่องในกรณีที่ไม่มีชื่อผู้แต่ง และปีพิมพ์ โดยเขียนชื่อสกุลของผู้แต่งหรือชื่อเรื่อง และปี ค.ศ. ดังตัวอย่าง

                Srikantaiah & Koeing (2000) ได้อธิบายว่า............................ และ Sacchanand, 2010 ระบุว่า.......................หรือ ...........................( Srikantaiah & Koeing (2000) และ .......................(Sacchanand, 2010)

                การอ้างอิงท้ายบทความ

                ให้เขียนรายการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ แล้วจัดเรียงลำดับรายการเอกสารตามลำดับอักษรชื่อสกุลของผู้แต่ง หรือชื่อเรื่องในกรณีไม่มีชื่อผู้แต่ง หากเอกสารที่อ้างอิงไม่ได้เขียนด้วยภาษาอังกฤษ ให้แปลความหมายของชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ และวงเล็บท้ายชื่อเรื่องของเอกสารเหล่านั้นว่าต้นฉบับเป็นภาษาใด เช่น ระบุว่า (In Thai) ดังตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างอิง ดังนี ้

                หนังสือ

ชื่อสกุลผู้แต่ง, ชื่อย่อ. (ปีพิมพ์). ชื่อเรื่อง. ครั้งที่พิมพ์. สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์หรือ

                โรงพิมพ์.

Srikantaiah, T.K., & Koenig, MED., Eds. (2000). Knowledge management for the information professional.

                Medford NJ. : American Society for the Information Science.

Lorsuwannarat, T. (2006). Learning organization: From the concepts to practices. (In Thai). 3d ed.         

                Bangkok:Ratanatri.

                บทความวารสาร

ชื่อสกุลผู้แต่ง, ชื่อย่อ. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่ (ฉบับที่), เลขหน้าที่ปรากฏบทความในวารสาร.

Bartol, K.M., & Srivastava, A. (2002). Encouraging knowledge sharing: The role of organizational reward    

                systems. Journal of Leadership and Organization Studies, 9(1), 64-76

Sacchanand, C. (2010). Research for developing education in information science. (In Thai). Journal of           

                Information Science, 28(2), 49-60.

                บทความหรือเรื่องจากเว็บไซต์

ชื่อสกุลผู้แต่ง, ชื่อย่อ. (ปีพิมพ์). ชื่อเรื่อง. Retrieved วัน เดือน ปีที่สืบค้น, from ระบุ URL ของเว็บไซต์

Rochester, M.K., & Vakkari, P. (2003) nternational library and information science research: A          

               comparison of national trends. IFLA Professional Reports, No. 82. Retrieved 22 August 2001,         

               from https://archive.ifa.org/VI/s24/publiflapr 82-e.pdf

verachart, J. C2010. Jindamanee: The Thai open source library system. (In Tha). Retrived 16 August                

                2010, from https://libl dpu.ac.th/Mpl46

Vol 36 No 1 (2018): January - March

สำหรับวารสารสารสนเทศศาสตร์ ปีที่ 36 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มีนาคม 2561 นี้ ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 บทความ ได้แก่ 1) สภาพปัจจุบันและปัญหาของการจัดระบบและการเข้าถึงความรู้ด้านวัฒนธรรมไทย  2) พฤติกรรมการใช้สารสนเทศด้านมานุษยวิทยา 3) พฤติกรรมการเข้าถึงสารสนเทศและการใช้คำศัพท์ในการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ สาขาบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ของผู้ใช้   4) การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของวิทยาลัยครู สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว 5) การพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศของนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และบทความวิชาการเรื่อง แหล่งสารสนเทศบนอินเตอร์เน็ต สำหรับบทวิจารณ์หนังสือเรื่อง The Top Technologies every Librarian Needs to Know  เป็นหนังสือที่กล่าวถึงสภาพปัจจุบัน และแนวโน้มของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์มาให้บริการในห้องสมุดสมัยใหม่  เพื่อเป็นแนวทางให้กับบรรณารักษ์ที่ต้องการเรียนรู้ และนำแนวคิดต่างๆ ที่ผู้เขียนได้ระบุไว้มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบริการของห้องสมุด เพื่อให้ห้องสมุดได้เป็นแหล่งในการเรียนรู้ สร้างสรรค์และเผยแพร่สารสนเทศของผู้ใช้บริการต่อไป   

Published: 2018-07-16

View All Issues

               สารสนเทศศาสตร์ เป็นสหสาขาวิชาที่นับวันจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในยุคที่สารสนเทศและความรู้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การส่งเสริมและพัฒนางานวิชาการและวิจัยด้านสารสนเทศให้มีคุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง วารสารสารสนเทศศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น นับเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ในสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์ที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย มีกองบรรณาธิการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ในฐานะบรรณาธิการของวารสาร จึงขอเชิญชวนนักวิจัยและนักวิชาการในสาขาวิชา ร่วมมือกันในการผลิตผลงานวิจัยและวิชาการที่มีคุณภาพ ส่งมาตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารกันให้มากยิ่งขึ้น “ความเข้มแข็งของวิชาชีพ เป็นผลสะท้อนจากผลงานทางวิชาการและวิจัยของคนในวิชาชีพ”…จากรองศาสตราจารย์ ดร.กุลธิดา ท้วมสุข บรรณาธิการ