Login or Register to make a submission.

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.

  • บทความนี้ยังไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น

    The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).

  • บทความเตรียมในรูปแบบของไฟล์ Microsoft Word เวอร์ชั่น 2007 ขึ้นไป โดยมีนามสกุลไฟล์เป็น *.docx

    The submission file is in only Microsoft Word (*.docx) document file format.

  • มีการให้ URL สำหรับการอ้างอิงจากอินเตอร์เน็ท

    Where available, URLs for the references have been provided.

  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines, which is found in About the Journal.
  • If submitting to a peer-reviewed section of the journal, the instructions in Ensuring a Blind Review have been followed.

คำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความเพื่อการพิจารณาตีพิมพ์ 


ในวารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี


          วารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้เปิดรับบทความจากนักวิชาการและนักศึกษา ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย มีกำหนดการตีพิมพ์ปีละ 2 ครั้ง  ในรอบเดือนมกราคม-มิถุนายน และรอบเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม  โดยยินดีรับบทความที่มีขอบเขตเนื้อหาเกี่ยวข้องในศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และครุศาสตร์อุตสาหกรรม โดยทุกบทความจะได้รับการตรวจสอบทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่น้อยกว่า 2 ท่าน


          จากการที่วารสารฯ ได้ผ่านการรับรองคุณภาพให้อยู่ใน TCI ฐานที่ 1 ในรอบการประเมินปี 2558-2562  ทำให้ทางวารสารฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยการเตรียมเข้าสู่ฐาน ACI (ASEAN Citation Index)  ซึ่งจะทำให้บทความที่ตีพิมพ์กับทางวารสารฯ ได้ถูกเผยแพร่ในวงกว้าง  ซึ่งในการเตรียมความพร้อมดังกล่าว ทางวารสารฯ ต้องทำการปรับรูปแบบในการนำเสนอบทความให้สอดคล้องตามเกณฑ์ของ ACI  และขอให้ผู้ส่งบทความยึดรูปแบบตามคำแนะนำนี้อย่างเคร่งครัด บทความใดที่มีรูปแบบไม่ถูกต้อง ทางกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิในการที่จะไม่รับพิจารณาตีพิมพ์


1.        ประเภทของบทความที่ตีพิมพ์


1.1      บทความวิจัย (Research Article)


            เป็นผลงานที่เตรียมจากข้อมูลที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าวิจัยด้วยตนเองโดยมีการนำเสนอ ความเป็นมา ระเบียบวิธีวิจัย ผลสรุป และข้อเสนอแนะ


1.2      บทความวิชาการ (Academic Article)


         แบ่งออกเป็น


1.2.1  บทความปริทรรศน์ (Review Article) เป็นบทความที่เรียบเรียงจากการตรวจเอกสารวิชาการในสาขานั้น ๆ เป็นการนำเสนอเนื้อหาเชิงวิชาการเชิงสังเคราะห์ ด้วยการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ สรุปประเด็น วิจารณ์ และเสนอแนะ 


1.2.2  บทความวิชาการทั่วไป  (General Academic Article) เป็นการนำเสนอความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ของผู้เขียน บทความมีลักษณะเป็นการเรียบเรียงข้อมูลและการเสนอความคิดเห็น โดยบทความวิชาการทั่วไปอาจรวมถึงบทวิจารณ์เชิงวิชาการและบทความเชิงเทคนิคด้วย


 


2.        การเตรียมต้นฉบับ 


       ผู้เขียนสามารถจัดเตรียมต้นฉบับเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่บทความภาษาไทยจะต้องมีชื่อ ที่อยู่ของผู้เขียนบทความ และบทคัดย่อเป็นภาษาอังกฤษด้วย เนื้อหาของบทความให้ใช้แบบอักษร TH Sarabun New ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยขนาดและรูปแบบให้เป็นไปตามตารางที่ 1


ตารางที่ 1 ลักษณะและขนาดของตัวอักษรที่กำหนดให้ใช้ในการเขียนบทความ






















































รายการ



แบบอักษรและขนาด



การจัดตำแหน่ง



ลักษณะตัวอักษร



ชื่อเรื่อง



TH Sarabun New 18 pt



กึ่งกลาง



ตัวหนา



ชื่อและที่อยู่ผู้เขียน



TH Sarabun New 14 pt



กึ่งกลาง



ตัวหนา



หัวข้อ



TH Sarabun New 16 pt



ชิดซ้าย



ตัวหนา



เนื้อเรื่อง



TH Sarabun New 14 pt



กระจายแบบไทย



ตัวธรรมดา



คำบรรยายประกอบรูป



TH Sarabun New 14 pt



กึ่งกลางโดยอยู่ใต้รูป



ตัวเอน



ชื่อตาราง



TH Sarabun New 14 pt



ชิดซ้ายโดยอยู่เหนือตาราง



ตัวเอน



หัวข้อของเอกสารอ้างอิง



TH Sarabun New 16 pt



ชิดซ้าย



ตัวหนา



การใช้ภาษาไทยให้ยึดหลักการใช้คำศัพท์และการเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษตามหลักของราชบัณฑิตยสถาน โดยให้หลีกเลี่ยงการเขียนภาษาอังกฤษปนภาษาไทยในข้อความ


การเขียนภาษาอังกฤษเพื่ออธิบายศัพท์ทางเทคนิคให้เขียนในวงเล็บต่อท้ายคำศัพท์นั้นๆ โดยอธิบายเพียงครั้งแรกที่ศัพท์นั้นปรากฏในบทความ   ภาษาอังกฤษต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทุกคำ


บทความที่เสนอจะต้องพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟเวิร์ด (MS Word)  ขนาดกระดาษ  B5 (JIS)  แบบคอลัมน์เดียว  มีจำนวนหน้าอยู่ระหว่าง 10-12 หน้า  ทั้งนี้ในการตั้งค่าหน้ากระดาษ และรูปแบบการพิมพ์ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ 1 และ ตารางที่ 2


ตารางที่ 2 การตั้งค่าหน้ากระดาษ


























ขอบกระดาษ



ระยะขอบ (เซนติเมตร)



ขอบบน (Top)



3



ขอบล่าง (Bottom)



2



ขอบซ้าย (Left)



2.25



ขอบขวา (Right)



2.25



การพิมพ์จะไม่มีการเว้นบรรทัด เว้นแต่หากต้องการขึ้นหัวข้อใหม่ให้เว้นหนึ่งบรรทัดหรือการแทรกตารางหรือรูปภาพก็ให้มีการเว้นหนึ่งบรรทัดก่อนแทรกตารางหรือรูปภาพและเว้นอีกหนึ่งบรรทัดก่อนจะขึ้นย่อหน้าใหม่หลังการแทรกตารางหรือรูปภาพดังกล่าว


การลำดับหัวข้อของเนื้อเรื่องให้ใช้เลขกำกับบทนำเป็นหัวข้อหมายเลข 1, 2, … และหากมีหัวข้อย่อยให้ใช้เลขระบบทศนิยมกำกับหัวข้อย่อย เช่น 1.1, 1.2, ...  เป็นต้น


 


3.        การเรียงลำดับเนื้อหา


ในการนำเสนอบทความ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้


3.1       ส่วนนำ (Preliminaries)


ในส่วนนำจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 1 หน้า  ได้แก่


3.1.1     ส่วนนำภาษาไทย  ประกอบด้วย


1)    ชื่อเรื่องภาษาไทย  ควรกะทัดรัด ไม่ยาวจนเกินไป


2)    ชื่อผู้เขียนและที่อยู่ภาษาไทย  ให้เว้นที่ว่าง 1 บรรทัดจากชื่อเรื่อง โดยระบุ


       (1) ชื่อเต็มและนามสกุลเต็มของผู้เขียนทุกคน  ไม่ต้องใส่คำนำหน้านามหรือตำแหน่งทางวิชาการ  แล้วจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษ


       (2) สถานที่ติดต่อของผู้เขียน  โดยให้ระบุชื่อคณะและสถาบันการศึกษาของผู้เขียนบทความทุกคน ในกรณีที่บทความใดมีผู้เขียนหลายคน ให้ระบุเลขลำดับของผู้เขียนบทความทุกคนโดยพิมพ์เป็นตัวยกไว้ด้านหลังชื่อและด้านหน้าสถานที่ติดต่อ  ทั้งนี้หากผู้แต่งคนใดมาจากคณะและสถาบันการศึกษาเดียวกัน ให้ระบุตัวเลขด้านหน้าสถานที่ติดต่อนั้นตามลำดับของผู้แต่งที่สังกัดในคณะและสถาบันการศึกษานั้นทุกคน 


            ชื่อ นามสกุล และสถานที่ติดต่อของผู้รับผิดชอบบทความหลัก ต้องมีการใส่เครื่องหมาย * ไว้ด้านท้ายเหนือชื่อ ต่อจากเลขลำดับที่ของผู้เขียน และด้านหน้าเหนือชื่อสถานที่ติดต่อของผู้เขียน


       (3) อีเมล์ ที่ใช้ติดต่อของผู้รับผิดชอบบทความหลัก









 นัทสิมา สุขสันต์1  ปริญญาดา  สุขดี2  และจามีกร สุขโข3*


1, 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี


3*คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


อีเมล์ jamekorn@cmu.ac.th2*



รูปที่ 1 ตัวอย่างการเขียนชื่อและที่อยู่ผู้เขียนภาษาไทย


3)    บทคัดย่อภาษาไทย ให้พิมพ์เว้นที่ว่าง 1 บรรทัด ต่อจากชื่อและที่อยู่ของผู้เขียน โดยความยาวไม่เกินอย่างละ 15 บรรทัดและควรเป็นบทคัดย่อที่สั้น ตรงประเด็น และให้สาระสำคัญเท่านั้น จำกัดความยาวให้มีเพียง 1  ย่อหน้าและไม่ควรเขียนบทคัดย่อตามแบบที่เขียนในวิทยานิพนธ์หรือรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์


4)    คำสำคัญ ให้พิมพ์เว้นที่ว่าง 1 บรรทัด ต่อจากบทคัดย่อภาษาไทย โดยกำหนดคำสำคัญที่เหมาะสมสำหรับการนำไปทำคำค้นในฐานข้อมูล ควรใช้คำที่เอื้อต่อการที่จะถูกค้นพบโดยนักวิจัยในศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ให้ระบุคำสำคัญภาษาไทย  ไม่เกิน 5 คำ


3.1.2     ส่วนนำภาษาอังกฤษ  ประกอบด้วย


1)    ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ (Title)


2)    ชื่อผู้เขียนและที่อยู่ภาษาอังกฤษ  (Authors and Address)   เว้นที่ว่าง 1 บรรทัดจากชื่อเรื่อง ให้พิมพ์เช่นเดียวกับส่วนนำภาษาไทยเพียงแต่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ระบุ


       (1)  ชื่อผู้เขียนทุกคนเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องใส่คำนำหน้าและตำแหน่งทางวิชาการ  หากมีผู้แต่งหลายคนให้ระบุหมายเลขลำดับเป็นตัวยกด้านหลังชื่อ


       (2)  ที่อยู่ของผู้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยระบุเฉพาะคณะและสถาบันการศึกษา  หากมีผู้แต่งหลายคนให้ระบุหมายเลขลำดับเป็นตัวยกด้านหน้าที่อยู่ ในกรณีผู้เขียนหลายคนอยู่ที่อยู่เดียวกัน ให้ระบุลำดับเลขของผู้เขียนไว้ด้านหน้าของที่อยู่นั้น และใส่ดอกจัน (*) ไว้หลังลำดับเลข สำหรับผู้เขียนหลัก (Corresponding Author)   


       (3)  อีเมล์ (E-mail) ของผู้เขียนหลัก









Natsima Suksan1  Parinyada  Sukdee2  and Jamekorn Sukkho3*


1, 2 Faculty of Industrial Technology, Ubon Ratchathani Rajabhat University


3*Faculty of Engineering, Chiang Mai University


E-mail jamekorn@cmu.ac.th2*



รูปที่ 2 ตัวอย่างการเขียนชื่อและที่อยู่ผู้เขียนภาษาอังกฤษ


 


3)     บทคัดย่อภาษาอังกฤษ  (Abstract) ให้พิมพ์เว้นที่ว่าง 1 บรรทัด ต่อจากชื่อและที่อยู่ของผู้เขียนภาษาอังกฤษ


4)    คำสำคัญภาษาอังกฤษ (Keywords) ไม่เกิน 5 คำ โดยต้องเป็นคำภาษาอังกฤษที่มีความหมายเดียวกันกับคำสำคัญภาษาไทย  ให้พิมพ์เว้นที่ว่าง 1 บรรทัด ต่อจากบทคัดย่อภาษาอังกฤษ 


3.2     ส่วนเนื้อความ (Text)


ในส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นรายละเอียดของบทความที่นำเสนอ ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้


3.2.1      บทนำ (Introduction) 


          อธิบายถึงที่มาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของงานวิจัย และข้อมูลทางวิชาการที่มีการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Literature Review)


3.2.2      วิธีการวิจัย (Methodology)  


          อธิบายกระบวนการวิจัย โดยระบุรายละเอียดของวิธีการศึกษา สิ่งที่นำมาศึกษา ตลอดจนเครื่องมือ อุปกรณ์ แบบแผนการวิจัย การเลือกตัวอย่าง วิธีการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในบางครั้งที่ต้องมีการอ้างถึงสมการ ควรเขียนด้วยฟังก์ชั่นในการเขียนสมการในโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ เช่น MathType หรือเครื่องมือสมการอื่น ๆ สมการทุกสมการจะต้องมีหมายเลขที่อยู่ในวงเล็บกำกับและเรียงตามลำดับ หมายเลขสมการต้องอยู่ชิดขอบขวาของคอลัมน์ ดังแสดงในสมการที่ 1










\inline f(x) = a_{0}+\sum_{n=1}^{\infty }(a_{n}cos\frac{n\pi x}{L}+b_{n}sin\frac{n\pi x}{L}) 



 


  (1)



เพื่อความสวยงามในการจัดพิมพ์ ผู้เขียนควรเว้นบรรทัดก่อนเขียนสมการ 1 บรรทัด และหลังจากเขียนสมการแล้วอีก 1 บรรทัด


3.2.3      ผลการวิจัย (Results)


เสนอผลการวิจัยอย่างชัดเจนและตรงประเด็นตามลำดับขั้นตอนของการวิจัย โดยอาจแสดงผลการวิจัยโดยใช้รูป กราฟ แผนภูมิ หรือตารางตามสมควร


1)    ข้อกำหนดเกี่ยวกับตาราง


ตารางจะต้องมีความกว้างไม่เกิน 13 เซนติเมตร  ขนาดของตัวเลขและตัวอักษรในตารางไม่ควรเล็กกว่าตัวอักษรในเนื้อเรื่อง ตารางแต่ละตารางจะต้องมีหลายเลขกำกับและมีคำบรรยายตารางความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด วางไว้ชิดขอบซ้ายเหนือตารางนั้น ๆ


2)    ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูป


รูปจะต้องมีความกว้างไม่เกิน 13 เซนติเมตร  กรณีที่เป็นภาพใหญ่จะลงเต็มหน้ากระดาษทางขวาง (Landscape) ก็ได้ โดยให้จัดรูปแบบให้เหมาะสมรูปกราฟหรือแผนภูมิต่างๆ ควรวาดด้วยลายเส้นคมชัดบนพื้นที่สีขาว รูปถ่ายต้องเป็นรูปจริงและควรเป็นรูปขาวดำเท่านั้น รูปประกอบแต่ละรูปจะต้องมีหมายเลขกำกับและมีคำบรรยายประกอบที่มีความยาวไม่เกิน 2 บรรทัด โดยให้จัดกึ่งกลางขณะแทรกรูปในเนื้อหา หากในรูปมีตัวอักษร ขนาดของอักษรต้องมีขนาดที่อ่านได้และไม่ควรมีขนาดเล็กกว่าขนาดอักษรที่เป็นเนื้อเรื่อง (14 pt) ดังแสดงในรูปที่ 2


 


 111_450


 รูปที่ 3  ตัวอย่างรูปประกอบบทความ  [1]


 


3.2.4     การอภิปรายผลหรือการวิจารณ์และสรุป (Discussion and Conclusion)


         เป็นการชี้แจงผลวิจัยว่าตรงกับวัตถุประสงค์หรือสมมุติฐานการวิจัย สอดคล้องหรือขัดแย้งกับผลการวิจัยของผู้อื่นที่มีอยู่ก่อนหรือไม่  อย่างไร  เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นส่วนของการอภิปรายผลควรจะจบด้วยข้อเสนอแนะที่จะนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ หรือทิ้งประเด็นคำถามวิจัยซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการวิจัยต่อไป ผู้เขียนอาจนำผลการวิจัยและการอภิปรายผลมาเขียนรวมในตอนเดียวกันได้


3.3      ส่วนอ้างอิง  (Bibliography)


3.3.1     กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements)


         ให้ระบุสั้นๆ ว่างานนี้ได้รับทุนสนับสนุนและความช่วยเหลือจากองค์กรใดหรือผู้ใดบ้าง


3.3.2      เอกสารอ้างอิง (References)


          การอ้างอิงเอกสารจะใช้ระบบแวนคูเวอร์ (The Vancouver Style) เมื่อมีการนำผลงานของบุคคลอื่นมาอ้างอิงในบทความให้ใส่ตัวเลขกำกับที่ท้ายข้อความนั้น เรียงตามลำดับ 1,2,3...  โดยพิมพ์ตัวเลขอารบิคลงในวงเล็บเหลี่ยม [ ] แล้วรวบรวมไปเขียนเป็นเอกสารอ้างอิงในหัวข้อสุดท้ายของบทความ เรียงตามลำดับการอ้างอิงที่ปรากฏในตัวบทความ ตามรูปแบบที่วารสารกำหนด


ในการเขียนเอกสารอ้างอิง ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ ACI ผู้เขียนบทความจะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ  ในกรณีแหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิงมาจากแหล่งอ้างอิงภาษาไทย เช่น ตำราไทย วารสารไทย ฯลฯ  ให้แปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้ววงเล็บด้านท้ายว่า (in Thai)  แล้วจึงเขียนชื่อแหล่งอ้างอิงเป็นภาษาไทย ในบรรทัดถัดมา  โดยพิมพ์อยู่ในลำดับเลขเดียวกันกับชื่อภาษาอังกฤษที่ถูกแปล ไม่ต้องขึ้นลำดับเลขใหม่  ทั้งนี้ผู้เขียนบทความควรใช้แหล่งอ้างอิงที่ได้รับการยอมรับกันตามเกณฑ์สากล คือ หนังสือ ตำรา วารสาร และเอกสารสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ ไม่ควรอ้างจากอินเทอร์เน็ต หรือวิทยานิพนธ์   รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงท้ายบทความที่สำคัญประกอบด้วย


1)    การอ้างอิงบทความจากวารสารวิชาการ








ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร. ปีที่พิมพ์; เล่มที่: หน้าแรก-หน้าสุดท้ายของบทความ.

รูปที่ 4  รูปแบบการอ้างอิงบทความจากวารสารวิชาการ     


ตัวอย่าง:













[1] Nanthasamroeng Nanthasamroeng.  Application of Center of Risk Gravity in the Location Analysis for a Sitting of Emergency Medical Service Vehicles. Journal of  Engineering RMUTT. 2011; 2: 21-29. (in Thai)
นัทธพงศ์ นันทสำเริง. การประยุกต์ใช้เทคนิคศูนย์ถ่วงจากน้ำหนักความเสี่ยงในการวิเคราะห์สถานที่จอดพาหนะ  สำหรับปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน.  วารสารวิศวกรรมศาสตร์ราชมงคลธัญบุรี. 2554; 2: 21-29.
[2]  Ketabi A, Farshadnia, Malekpour M, Feuillet R. A new control strategy for active power line conditioner (APLC) using adaptive notch filter. International Journal of Electrical Power & Energy Systems. 2013; 47: 31-40.

 


2)    การอ้างอิงจากหนังสือหรือตำรา








ชื่อผู้แต่ง. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์.

                      รูปที่ 5  รูปแบบการอ้างอิงจากหนังสือหรือตำรา


ตัวอย่าง:













[3] Jariya  Onrit.  Managerial Accounting.  Ubon Ratchathani : Ubon Ratchathani University Press; 2013. (in Thai)      
จริยา  อ่อนฤทธิ์. การบัญชีบริหาร. อุบลราชธานี : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี; 2556.
[4]  Jonsson, Patrik. Logistics and Supply Chain Management. Glasglow: McGraw-Hill; 2008.

 


3)    การอ้างอิงจากเอกสารสืบเนื่องในการประชุมวิชาการ


(1)   การประชุมวิชาการระดับชาติ








ชื่อผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง.  ใน ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ.  ชื่อการประชุมวิชาการ; วัน เดือน ปี 
ที่ประชุม; สถานที่จัดประชุม. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์. หน้า เลขหน้าแรก-หน้าสุดท้าย.

รูปที่ 6  รูปแบบการอ้างอิงบทความจากการประชุมวิชาการระดับชาติ


ตัวอย่าง:









[5] Pornsawan Panyawichai and Wichian Sommanawat.  Flow Analysis of Solar Chimney Power Plant : A Case Student of Thung Kula Rong Hai.  In Tiantong M. and Nanthasamroeng N, editors.  NCITE 2015. Proceeding of the National Conference in Industrial Technology and Engineering; 2015 October 19; Ubon Ratchathani, THAILAND. 2015. P.36-50. (in Thai)
พรสวรรค์  ปัญญาวิชัย และวิเชียร  โสมณวัฒน์.  การวิเคราะห์การไหลของอากาศในระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยปล่องลมแสงอาทิตย์ กรณีศึกษาทุ่งกุลาร้องไห้. ใน มนต์ชัย  เทียนทอง และนัทธพงศ์  นันทสำเริง, บรรณาธิการ. NCITE 2015.  เอกสารสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและวิศวกรรม ครั้งที่ 1; 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558; มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. อุบลราชธานี; 2558. หน้า 36-50.

(2)  การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ


ตัวอย่าง:









[6] Nanthasamroeng N, Pitakaso R. A comparison of ILS and VNS heuristics for multi-stages and multiobjectives location routing problem. In Kachitvichyanukul V, Luong HT, Pitakaso R, editors. APIEMS 2012. Proceeding of the Asia Pacific Industrial Engineering & Management Systems Conference; 2012 December 2-5; Phuket, Thailand. 2012. p.1876-1885.

  


4)    การอ้างอิงจากวิทยานิพนธ์








ชื่อผู้แต่ง.ชื่อเรื่อง [ประเภทและระดับปริญญา]. เมืองที่พิมพ์; มหาวิทยาลัย; ปีที่ได้ปริญญา.

รูปที่ 7  รูปแบบการอ้างอิงจากวิทยานิพนธ์


ตัวอย่าง:









[7] Ajcharee Pimpimool. The development of an effective online jigsaw collaborative learning model .[dissertation]. Bangkok: King Mongkut’s University of Technology North Bangkok; 2010. (in Thai)
อัจฉรีย์ พิมพิมูล. การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ร่วมกันแบบออนไลน์จิ๊กซอว์ที่มีประสิทธิภาพ [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต]. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ; 2553.

 


5)    การอ้างอิงบทความจากอินเทอร์เน็ต








ชื่อผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง [อินเทอร์เน็ต]. ปีที่พิมพ์ [เข้าถึงเมื่อ…]. เข้าถึงได้จาก: http://...................

รูปที่ 8  รูปแบบการอ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต


ตัวอย่าง:









[8] Jiraporn Janjorn. How to write the reference in Vancouver Style [Internet]. 2011 [cited 2012 December 19]. Available from: http://library.md.chula.ac.th/guide/ vancouver 2011.pdf (in Thai)
จิราภรณ์ จันทร์จร. การเขียนเอกสารอ้างอิงแบบแวนคูเวอร์ [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 19  ธันวาคม  2555].  เข้าถึงได้จาก: http://library.md.chula.ac.th/guide/Vancouver 2011.pdf

 


4.         ค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์


ในการส่งบทความมาขอพิจารณาตีพิมพ์กับทางวารสารฯ จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ดังนี้


4.1      สำหรับบุคลากรภายนอกคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี


4.1.1     ค่าธรรมเนียมในการส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์  บทความละ 2,000 บาท  ทั้งนี้ ไม่ว่าบทความดังกล่าวจะผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิหรือไม่ จะไม่มีการคืนค่าธรรมเนียมในส่วนนี้


4.1.2     สำหรับบทความที่ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ และเจ้าของบทความได้ดำเนินการแก้ไขครบถ้วนแล้ว จะเก็บค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์เพิ่มเติม บทความละ 1,000  บาท   


4.2      สำหรับบุคลากรภายในคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อันประกอบด้วยอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุน ให้ละเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมตามข้อ 4.1 ทั้งหมด


 


5.        การส่งบทความ


 ในการส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ให้ส่งในรูปแบบดังนี้


5.1  ต้นฉบับพิมพ์


              ให้พิมพ์เอกสารต้นฉบับด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ลงบนกระดาษขาวขนาด B5 (JIS) หน้าเดียว จำนวน 1 ชุด


5.2  อิเล็กทรอนิกส์ไฟล์


ให้ผู้เขียนบทความส่งอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ (.doc หรือ .docx) และ (.pdf) อย่างละ 1 ไฟล์บันทึกลงในแผ่นซีดี จำนวน 1 แผ่นโดยส่งบทความต้นฉบับและแผ่นซีดีดังกล่าวมายังที่อยู่ดังแสดงในรูปที่ 3 หรือส่งเฉพาะในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ มายังอีเมล์ jitubru@gmail.com  หรือส่งผ่านระบบส่งบทความทางเว็บไซต์ของวารสาร









กองบรรณาธิการวารสารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี


คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี


เลขที่ 2 ถนนราชธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000



 รูปที่ 9  ที่อยู่ในการจัดส่งบทความ


บทความจะได้รับการตรวจรูปแบบโดยกองบรรณาธิการก่อน หากรูปแบบไม่เป็นไปตามข้อกำหนด กองบรรณาธิการอาจร้องขอให้ผู้เขียนทำการแก้ไขก่อนส่งกลับมาอีกครั้ง เมื่อบทความมีรูปแบบเป็นไปตามที่กำหนดแล้ว กองบรรณาธิการจะส่งบทความดังกล่าวไปยังผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 2 ท่านต่อบทความ หากผลการพิจารณากลั่นกรองระบุให้มีการแก้ไข ผู้เขียนต้องดำเนินการตามข้อเสนอนั้น ๆ พร้อมระบุประเด็นที่แก้ไขแล้วส่งต้นฉบับบทความที่แก้ไขแล้วกลับมายังกองบรรณาธิการแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด

ชื่อและอีเมล์ที่กรอกเป็นข้อมูลผ่านระบบนี้จะถูกใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวกับวารสารฯ เท่านั้น และจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลหรือองค์กรอื่นทราบ

The names and email addresses entered in this journal site will be used exclusively for the stated purposes of this journal and will not be made available for any other purpose or to any other party.