การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ชุมชนสู่การดูแลแบบหุ้นส่วนเพื่อลดการสัมผัสควันบุหรี่ที่บ้านของวัยแรงงานที่เป็นเบาหวาน Community Learning Process Development in Creating Family Partnershipto Minimize Cigarette Smoke Exposure at Home for Informal Workers with Dia

Main Article Content

วิจิตรา เสนา สมจิต แดนสีแก้ว นพนันท์ ชัยภูมิ

Abstract

บุหรี่เป็นภัยเงียบที่คุกคามต่อสุขภาพทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้มุ่งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ชุมชนสู่การดูแลแบบหุ้นส่วนเพื่อลดการสัมผัสควันบุหรี่ที่บ้านของวัยแรงงานที่เป็นเบาหวาน ศึกษาใน 9 ชุมชน ของอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น มี 2 วงรอบๆ 4 ขั้นตอน 1) ประเมินสถานการณ์การสัมผัสควันบุหรี่โดยการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึก 2) วางแผนและพัฒนาเครื่องมือปฏิบัติการ โดยกำหนดแนวปฏิบัติร่วมและการพัฒนาหุ้นส่วนชุมชนผ่านการประชุมระดมสมองและค้นหาต้นแบบครอบครัวแรงงานที่ลดและเลิกบุหรี่ 3)พัฒนาหุ้นส่วนชุมชนปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการดูแลแบบหุ้นส่วนและการช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างครอบครัว  อสม. ผู้นำและบุคลากรสุขภาพ 4) ประเมินผลผ่านการทบทวนการทำงานและสะท้อนคิดผลการปฏิบัติ ผู้ร่วมวิจัยประกอบด้วย ผู้ป่วยเบาหวานวัยแรงงานที่สูบบุหรี่130 คนผู้ดูแลแรงงานที่ป่วยเบาหวาน130 ครอบครัว อสม.และผู้นำชุมชน 90 คน บุคลากรสุขภาพจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา


ผลการวิจัย ก่อนดำเนินการพบครอบครัววัยแรงงานที่ป่วยเบาหวานมีสมาชิกในครอบครัวสูบบุหรี่ร้อยละ 70 จาก130ครอบครัวและผู้ป่วยทุกรายสัมผัสควันบุหรี่ทุกวันจากบ้านตนเองและข้างบ้านที่สูบบุหรี่ มีประสบการณ์ลดการสัมผัสควันบุหรี่โดยการเดินหนี แสดงปฏิกิริยารังเกียจบุหรี่  เข้าห้องปิดประตูหน้าต่าง  บอกให้ไปสูบที่อื่นและขอให้หยุดสูบ แต่ไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ หลังดำเนินการจากการร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สะท้อนคิดและเรียนรู้ร่วมกับครอบครัวผ่านการสนทนากลุ่ม พบว่า เกิดการดูแลแบบแบบหุ้นส่วนในชุมชน ได้แก่ 1) การค้นหาครอบครัวแรงงานต้นแบบและนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังจนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน 2) ครอบครัวมีการปรับทัศนคติต่อควันบุหรี่ที่มีผลต่อการรักษาและควบคุมโรคเบาหวาน 3) การเจรจาด้วยความจริงใจช่วยสร้างความตระหนักให้ลดการสูบบุหรี่ 4) สร้างกฎบ้านเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวปลอดภัยจากควันบุหรี่และการอยู่ร่วมกันแบบเกื้อกูล


ผลลัพธ์ พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกครอบครัวแรงงานที่เป็นเบาหวาน ดังนี้ 1) เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในบรรยากาศที่อบอุ่นมีอิสระในการพูดคุย  2) มีทักษะการเป็นผู้ช่วยเหลือ การสร้างแรงจูงใจ และให้คำปรึกษาการเลิกบุหรี่ โดยบูรณาการความรู้จากประสบการณ์ครอบครัวต้นแบบและสร้างแนวปฏิบัติการอยู่ร่วมกันแบบเกื้อกูลไร้ควันบุหรี่ 3) สร้างกติกาการอยู่ร่วมกันกับเพื่อนบ้านทำให้เกิดเขตปลอดบุหรี่ที่บ้าน 4) มี15 ครอบครัวลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ มี 1 ครอบครัวสามารถหยุดบุหรี่เกิน 3 เดือน มี 12 ครอบครัวลดจำนวนบุหรี่เหลือ 2-3 มวนต่อวัน อสม.และผู้นำชุมชน 50 คน มีทักษะในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่

Keywords

Article Details

Section
Articles