การพัฒนาระบบบริการแบบ Fast Track สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่ได้รับยาเคมีบำบัด ในหอผู้ป่วยพิเศษสิรินธร โรงพยาบาลขอนแก่น

Main Article Content

สุพิพัฒน์ พระยาลอ มะลิ พิมพิลา เยาวเรศ คำมะนาด

Abstract

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา  (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริการแบบ Fast Track   ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด  และศึกษาผลสัมฤทธิ์ในการปฎิบัติงานด้านการรักษาพยาบาลในรูปแบบบริการทางช่องทางด่วน (Fast  track) ในหอผู้ป่วยพิเศษสิรินธร โรงพยาบาลขอนแก่น  เพื่อนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้และขยายผลในผู้ป่วยมะเร็งกลุ่มอื่น ๆ  ในโรงพยาบาลขอนแก่น การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษารูปแบบการบริการแบบ FastTrack  ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด  ที่มารับบริการและเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในที่หอผู้ป่วยพิเศษสิรินธร  โรงพยาบาลขอนแก่น ในช่วงปีงบประมาณ  2554 ถึงปีงบประมาณ  2555  จำนวน 31  ราย1 ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.2553  ถึงเมษายน พ.ศ. 2555  เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติต่อบริการพยาบาล ซึ่งแบ่งการบริการพยาบาลเป็น 4 รายด้าน2 คือ ด้านศิลปะการดูแล  ด้านคุณภาพการดูแลทางเทคนิคและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ด้านความพร้อมในการบริการและความต่อเนื่องในการดูแล  และด้านประสิทธิผลหรือผลลัพธ์ของการดูแล  2) แบบสัมภาษณ์การติดตามการดูแลทางสังคมของนักสังคมสงเคราะห์ 3) แนวทางปฏิบัติระบบบริการแบบ Fast Track   ซึ่งได้จากการระดมสมองของแพทย์ พยาบาล  ตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ .92 วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล  สัมภาษณ์เจาะลึก  (Indepht  Interview)  และตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา คือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

การวิจัยพบว่า  กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 41-50 ปี  (M=49.5)  ส่วนใหญ่การศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า (ร้อยละ 48.4)   อาชีพส่วนใหญ่ได้แก่ ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ  (ร้อยละ 38.7)  มีระยะเวลาเฉลี่ยในการพักรักษาในโรงพยาบาล (LOS) เท่ากับ  1  วัน (ร้อยละ 29.0)  สำหรับการรับบริการแบบช่องทางด่วน (Fast  track) ในผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด ในหอผู้ป่วยพิเศษสิรินธร โรงพยาบาลขอนแก่น  พบว่าระยะเวลาการให้บริการเฉลี่ย  5.55  ชั่วโมง ซึ่งเดิมใช้เวลานาน  10.9  ชั่วโมง  จะเห็นได้ว่าการพัฒนาระบบบริการแบบ Fast Track   สามารถลดระยะเวลาในการเข้ารับบริการได้       ผลสัมฤทธิ์การให้บริการทุกๆ  รายด้าน อยู่ในระดับพอใจมากถึงมากที่สุด

ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการจัดระบบบริการในระบบช่องทางด่วน  (Fast track)  บุคลากรสหวิชาชีพเข้าใจแนวคิดบูรณาการ โดยผ่านกระบวนการ และวิธีการ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เป็น Learning by doing  เพื่อจะได้ตระหนักว่า ผู้ป่วยมะเร็งมีปัจจัยหลากหลายซับซ้อนที่จะส่งผลต่อสุขภาพกาย  สุขภาพจิต   การเสริมพลัง (Empower) ของผู้รับบริการ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ก็จะเป็นการพัฒนาคน และจะเป็นการพัฒนาระบบบริการที่ยั่งยืน

Keywords

Article Details

Section
Articles