ผลของดนตรีต่อความวิตกกังวลในสตรีตั้งครรภ์ที่ได้รับการเจาะตรวจน้ำคร่ำ Effect of Music on Anxiety Among Pregnant Women Undergoing Amniocentesis

Main Article Content

อรนิด นิคม นงลักษณ์ เฉลิมสุข บังอร ศุภวิทิตพัฒนา

Abstract

การเจาะตรวจน้ำคร่ำ เป็นวิธีการวินิจฉัยก่อนคลอด เพื่อตรวจดูความผิดปกติของโครโมโซมของทารกในครรภ์ ซึ่งทำให้สตรีตั้งครรภ์ที่รอรับการเจาะตรวจน้ำคร่ำเกิดความวิตกกังวลได้ การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของดนตรีต่อความวิตกกังวลของสตรีตั้งครรภ์ที่รอรับการเจาะตรวจน้ำคร่ำ กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 15-20 สัปดาห์ ที่รอรับการเจาะตรวจน้ำคร่ำเป็นครั้งแรกที่แผนกฝากครรภ์ในโรงพยาบาลอุดรธานี ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 จำนวน 50 ราย ที่ได้รับการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยแบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 25 ราย ทั้งสองกลุ่ม มีความใกล้เคียงกันด้านคะแนนความวิตกกังวลและอายุ กลุ่มทดลองได้รับการฟังดนตรีร่วมกับการดูแลตามปกติ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ดนตรีประเภทเพลงบรรเลง ไม่มีเนื้อร้อง จังหวะช้าสม่ำเสมอ ประมาณ 60 ถึง 80 ครั้งต่อนาที ระยะเวลา 30 นาที 2) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล และ 3) แบบประเมินความวิตกกังวลขณะเผชิญ 6 ข้อแบบสั้นที่พัฒนาตามแนวคิดความวิตกกังวลของสปิลเบอร์เกอร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติทดสอบค่าทีชนิด 2 กลุ่มอิสระต่อกัน (independent t-test) และสถิติทดสอบค่าทีชนิด 2 กลุ่มไม่เป็นอิสระต่อกัน (independent t-test)


                ผลการวิจัยพบว่า  สตรีตั้งครรภ์กลุ่มที่ได้รับการฟังดนตรีมีความวิตกกังวลลดลงภายหลังฟังดนตรีน้อยกว่าก่อนฟังดนตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.001) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มพบว่า สตรีตั้งครรภ์ที่รอรับการเจาะตรวจน้ำคร่ำในกลุ่มที่ได้รับการฟังดนตรีร่วมกับการดูแลตามปกติมีความวิตกกังวลน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <.001)


                ผลการวิจัยครั้งนี้เสนอแนะว่า บุคลากรทางสุขภาพสามารถใช้การฟังดนตรี เป็นแนวทางในการลดความวิตกกังวลในสตรีตั้งครรภ์ที่รอรับการเจาะตรวจน้ำคร่ำ

Keywords

Article Details

Section
Articles