การจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ประกอบอาชีพเกษตรกรสวนยางพารา Self - Management among Rubber Tree Farmers with Hypertension

Main Article Content

ประภัสสร ดลวาส สมจิต แดนสีแก้ว

Abstract

การควบคุมความดันโลหิตสูงในเกษตรกรสวนยางพาราเป็นเรื่องที่ยาก จึงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นอุปสรรคต่อการทำงานและก่ออันตรายต่อชีวิต ปัจจุบันพบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงควบคุมความดันโลหิตไม่ได้มีจำนวนมาก จากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถจัดการตนเองได้อย่างเหมาะสม ชุมชนเป็นทั้งผู้ส่งเสริมและช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยสามารถจัดการตนเองได้ดีขึ้น รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ในขั้นตอนการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์โดยผู้วิจัยเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดเวทีให้ผู้ป่วยและชุมชนซึ่งประกอบด้วย ผู้ดูแลผู้ป่วย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สมาชิกเทศบาลตำบลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการตนเองเพื่อควบคุมความดันโลหิต


                ผลการวิจัยมี 3 ประเด็น ได้แก่  1) คุณลักษณะประชากรของผู้ร่วมวิจัย ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 62.96 อายุระหว่าง 42-69 ปี  เป็นโรคความดันโลหิต 1-5 ปี ร้อยละ 51.88 ทำสวนยาง 5-10 ปี ร้อยละ 51.85 2) ภาวะสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ประกอบอาชีพเกษตรสวนยางพารา แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 2.1) ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ ไม่มีโรคร่วม 6 คน ร่างกายแข็งแรง จิตใสแจ่มใส ไม่เครียด สามารถกรีดยางพาราได้ปกติ 2.2) ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคความดันโลหิตไม่ได้  ไม่มีโรคร่วม 3 คน ไม่มีอาการผิดปกติ 2.3) ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ มีโรคร่วม 3 คน โรคร่วมที่พบคือโรคไขมันในเลือดสูง ร่างกายแข็งแรง เคยเวียนศีรษะ หน้ามืด ขณะกรีดยางพารา ความดันโลหิตสูง 195/110 มิลลิเมตรปรอท 2.4) ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ มีโรคร่วม 15 คน มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้ายทอย 3) การจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ประกอบอาชีพเกษตรสวนยางพารา มี 7 ประเด็น ได้แก่ 3.1) ชาวสวนยางลืมนัด ขาดยา มุ่งทำแต่งาน 3 คน ไม่ได้ตั้งเป้าหมายในการรับประทานยา จึงขาดยา  3.2)  ใช้บุหรี่เป็นเพื่อนข้างกาย คลายเหงาเวลากรีดยาง 2 คน ติดบุหรี่ สูบบุรี่เวลากรีดยาง 3.3)  ทำงานยามดึก ยางราคาตก ชาวสวนยางเครียดซ้ำซาก  3 คน ต้องออกไปกรีดยางพาราทุกวัน เพื่อให้พอกับค่าครองชีพในครอบครัว 3.4)  จิบหวาน คลายเหนื่อย ดัชนีมวลกายเกินโดยไม่ตั้งตัว 14 คน ดื่มน้ำหวานเมื่อพักเหนื่อยจากการกรีดยาง  3.5)  ใช้กาแฟแก้ง่วง กระทิงแดงชูกำลัง ดื่มเหล้าเข้าสังคม 22 คนดื่มกาแฟทุกเช้าก่อนกรีดยาง 1 คนดื่มกระทิงแดงระหว่างกรีดยาง 2 คนดื่มเหล้า เดือนละ 2 ครั้ง 3.6)  กินอาหารสำเร็จรูป ลดเวลา ไม่ลดเค็ม 15 คน ซื้ออาหารสำเร็จรูปประจำ 3.7)  กรีดยางเหนื่อยทั้งคืนจึงไม่ฝืนออกกำลังกาย 20 คน คิดว่าการกรีดยางพาราเป็นการออกกำลังกายที่เพียงพอ


ผลการศึกษาดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลในครอบครัวและชุมชนใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการร่วมเรียนรู้และกำหนดแนวทางการสนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ประกอบอาชีพเกษตรสวนยางพาราจัดการตนเองได้อย่างถูกต้องเพื่อให้สามารถควบคุมความดันโลหิตและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เหมาะสมต่อไป

Keywords

Article Details

Section
Articles