ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ ในจังหวัดมหาสารคาม

  • กรรณิกา ทานะขันธ์
  • พรนภา ศุกรเวทย์ศิริ

บทคัดย่อ

วัณโรคปอดเป็นโรคติดเชื้อที่เป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน ความล่าช้าในการรักษาส่งผลต่อความ
รุนแรงและการกระจายของโรค การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง เพื่อศึกษาความชุก
และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ โดยศึกษาใน
ผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรักษาที่ คลินิกวัณโรค จำนวน 11 แห่ง ในจังหวัด
มหาสารคาม ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบ
สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างและแบบคัดลอกข้อมูลจากเวชระเบียน วิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปโดย
ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน ควอไทล์ที่ 1และควอไทล์ที่ 3
วิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบตัวแปรเดี่ยว โดยใช้สถิติ Simple logistic regression การวิเคราะห์ความสัมพันธ์
แบบพหุตัวแปรโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุโลจิสติก (Multiple logistic regressions) แสดงผลด้วยค่า
Adjusted odds ratio (ORadj) และช่วงเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 (95%CI)
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างจำนวน 291 ราย มีความชุกของความล่าช้าที่เกิดจากผู้ป่วย ที่
ระยะเวลามากกว่า 30 วัน คิดเป็นร้อยละ 31.3 (95%CI= 0.26-0.37) ความล่าช้าที่เกิดจากระบบบริการ
สุขภาพของรัฐ ที่ระยะเวลามากกว่า 7 วัน คิดเป็นร้อยละ 11.7 (95%CI= 0.08-0.15) และความล่าช้าโดยรวม
ที่ระยะเวลามากกว่า 60 วัน คิดเป็นร้อยละ 25.1 (95%CI= 0.20-0.30) จากการวิเคราะห์แบบพหุตัวแปร
พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าที่เกิดจากผู้ป่วย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ เพศหญิง
(ORadj= 2.60, 95%CI= 1.3-5.16) ผู้ป่วยที่อายุ <50 ปี (ORadj= 2.20, 95%CI= 1.15-4.20) ระยะเวลาที่สูบ
บุหรี่ ≤20 ปี (ORadj= 3.08, 95%CI= 1.56-6.05) การไม่เคยได้รับข้อมูลข่าวสารจาก อสม./ผู้นำชุมชน
(ORadj= 2.56, 95%CI= 1.39-4.72) จำนวนมวนที่สูบต่อวัน >15 มวน (ORadj= 2.55, 95%CI= 1.25-5.17)
ผู้ป่วยที่มีรายได้ต่อเดือน ≤2,000 บาท (ORadj= 2.46, 95%CI= 1.30-4.68) ผู้ป่วยที่จำนวนสมาชิกใน
ครอบครัว >3 คน (ORadj= 2.37, 95%CI= 1.35-4.17) และการไม่สงสัยว่าตัวเองป่วยเป็นวัณโรค (ORadj=
1.99, 95%CI= 1.07-3.69) ส่วนปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าที่เกิดจากระบบบริการสุขภาพของรัฐ
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การตรวจเสมหะ >3 ครั้ง (ORadj= 10.49, 95%CI= 3.07-35.82) ผลการ
วินิจฉัยโรคครั้งแรกของแพทย์พบว่าเป็นโรคอื่น ๆ (ORadj= 9.58, 95%CI= 2.76-33.27) และการไม่ได้รับการ
เอกซเรย์ปอด (ORadj= 5.73, 95%CI= 1.81-18.17)
จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าในการรักษาเกิดจากผู้ป่วยในลักษณะ
ทั่วไปทางด้านบุคคล พฤติกรรมสุขภาพ และจากระบบบริการสุขภาพ จึงควรมีการดำเนินงานเชิงรุก ในการให้
ความรู้และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรควัณโรค การคัดกรองค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในชุมชน โดยเจ้าหน้าที่
สาธารณสุขในชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุข รวมทั้งส่งต่อผู้ที่เข้าข่ายสงสัยป่วยเป็นวัณโรคให้ได้รับการ
เอกซเรย์ปอดและตรวจเสมหะทุกราย

เผยแพร่แล้ว
2018-04-03
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

บทความอื่นๆของผู้แต่ง

1 2 > >>