พฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีที่มีปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวีใน กระแสเลือดระหว่าง 51-1,000 copies/ml ในโรงพยาบาลชุมชน

  • เสาวลักษณ์ คงนุรัตน์
  • สุวรรณา บุญยะลีพรรณ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงบรรยายนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัส
เอชไอวีที่มีปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือดระหว่าง 51-1,000 copies/ml ในโรงพยาบาลชุมชน โดย
ใช้รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับ
ยาต้านไวรัสเอชไอวีที่มีปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวีในกระแสเลือดระหว่าง 51-1,000 copies/ml ซึ่งมารับการ
รักษาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 7 แห่ง จำนวน 38 คน เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน
มิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้ง
นี้ ผู้วิจัยใช้แบบสัมภาษณ์ประกอบด้วยข้อมูลทั่วไปและแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเอดส์ที่
ได้รับยาต้านไวรัสเอดส์ของสุวรรณา บุญยะลีพรรณ (2550) ซึ่งพัฒนาจากกรอบแนวคิดการส่งเสริมสุขภาพ
ของเพนเดอร์และคณะ (Pender et al., 2002) หาค่าความเที่ยงของเครื่องมือซ้ำโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา
ของครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปด้วยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ
ค่า Paired t-test
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยภาพรวมอยู่
ในระดับดี ( X =3.46, S.D.=0.68) 2. ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมสุขภาพรายด้านของกลุ่มตัวอย่างอยู่ใน
ระดับดีมาก 2 ด้าน ได้แก่ 1) พฤติกรรมสุขภาพด้านความรับผิดชอบต่อภาวะสุขภาพขณะได้รับยาต้านไวรัส
เอชไอวี ( X =3.56, S.D.=0.59) 2) พฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการ ( X =3.50, S.D.=0.69) และค่าเฉลี่ย
ของคะแนนพฤติกรรมรายด้านของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดี 4 ด้าน ได้แก่ 1) พฤติกรรมสุขภาพด้านการ
พัฒนาด้านจิตวิญญาณ ( X =3.45, S.D.=0.75) 2) พฤติกรรมสุขภาพด้านการจัดการกับความเครียด ( X =
3.44, S.D.=0.72) 3) พฤติกรรมสุขภาพด้านการมีสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ( X =3.44, S.D.=0.77) และ4)
พฤติกรรมสุขภาพด้านการมีกิจกรรมและออกกำลังกาย ( X =3.34, S.D.=0.82)
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย บุคลากรในทีมสุขภาพควรมีแผนเชิงรุกโดยให้ความสำคัญในการคงไว้
ซึ่งการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพทั้ง 6 ด้าน อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพฤติกรรมสุขภาพด้านความรับผิดชอบ
ต่อภาวะสุขภาพขณะรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ ด้านการมีสัมพันธภาพระหว่างบุคคล
และพฤติกรรมสุขภาพด้านการมีกิจกรรมและการออกกำลังกายลดพฤติกรรมเสี่ยงตลอดจนลดการ
แพร่กระจายเชื้อเอชไอวี

เผยแพร่แล้ว
2018-04-03
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

บทความอื่นๆของผู้แต่ง