ผลของโปรแกรมสุขศึกษาต่อการควบคุมระดับความดันโลหิตในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลโคกสนวนอำเภอชำนิจังหวัดบุรีรัมย์

  • สุภารัตน์ สีดา
  • จารุวรรณ ไตรทิพย์สมบัติ
คำสำคัญ: โปรแกรมสุขศึกษา, การควบคุมระดับความดันโลหิต, กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสุขศึกษาต่อการ
ควบคุมระดับความดันโลหิตในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงตำบลโคกสนวน อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์โดย
การประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มละ 44 คน สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงโดยกำหนดเกณฑ์คัดเข้าใช้ระยะเวลาในการศึกษา12 สัปดาห์ โดยกลุ่ม
ทดลองได้รับกิจกรรมตามโปรแกรมสุขศึกษาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประกอบด้วย การประเมินอาการตนเอง การ
บรรยายให้ความรู้ประกอบสื่อการเสนอบุคคลต้นแบบที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและต้องได้รับการรักษา
ด้วยยา การสาธิตและฝึกปฏิบัติการเลือกรายการอาหารการทำน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ การออกกำลังกายด้วย
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยนำผ้าขาวม้ามาใช้เป็นอุปกรณ์การออกกำลังกายแทนไม้
พลองการนั่งสมาธิและการนวดเพื่อคลายเครียด และการบันทึกพฤติกรรม การให้สมาชิกภายในกลุ่มเล่าถึงการ
ปฏิบัติตัวที่ผ่านมาและความตั้งใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหารการออกกำลังกาย และการ
จัดการความเครียดการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมในสัปดาห์ที่ 8-11 จากผู้วิจัย อาสาสมัครสาธารณสุข
ประจำหมู่บ้าน และผู้นำชุมชนรวมทั้งการติดตามเยี่ยมบ้านเป็นรายบุคคลสัปดาห์ละ 1 ครั้งส่วนกลุ่มเปรียบเทียบ
ได้รับกิจกรรมสุขศึกษาตามปกติวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและเปรียบเทียบความแตกต่าง
ด้วยสถิติ Dependent t-test และ Independent t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรู้ความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง
การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง การรับรู้ความสามารถตนเองในการป้องกันโรคความดัน
โลหิตสูง การรับรู้ผลลัพธ์ของการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ความตั้งใจที่จะปฏิบัติตัวเพื่อ
ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และการปฏิบัติตัวในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง มากกว่าก่อนการทดลอง
และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตตัวบน
ลดลง 13 มิลลิเมตรปรอท และมีค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตตัวล่างลดลง 14 มิลลิเมตรปรอท อย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมสุขศึกษามีประสิทธิภาพในการพัฒนาพฤติกรรมการป้องกัน
โรคและสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง

เผยแพร่แล้ว
2018-04-11
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ