Song-Ku: A Local Ceremony and the Existence of Historical Sites in Maha Sarakham Province (ประเพณีสรงกู่ ความเชื่อท้องถิ่นกับการดำรงอยู่ ของโบราณสถานที่จังหวัดมหาสารคาม)

Main Article Content

Wiroj Sheewasukthaworn Prasong Eiam-Anant Ornsiri Panin

Abstract

บทคัดย่อ

ประเพณี “สรงกู่” จัดขึ้นเป็นประจำ ทุกปีทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 หรือบุญสรงน้ำ ตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน บทความนี้นำเสนอการประกอบกิจกรรมสรงกู่โดยนำกรณีศึกษาปราสาทหินในจังหวัดมหาสารคาม ทั้งสิ้น 3 แห่ง คือ  กู่บัวมาศ อ.บรบือ  กู่บ้านเขวา อ.เมือง  และกู่สันตรัตน์ อ.นาดูน  ซึ่งทั้งสามแห่งนี้ล้วนมีการจัดประเพณีสรงกู่พร้อมกันและเป็นประจำทุกปี โดยมีกิจกรรมการประกอบพิธีกรรมกันภายในพื้นที่โบราณสถานที่แสดงถึงวัฒนธรรมของคนในแต่ละชุมชน การประกอบพิธีกรรมและกิจกรรมจะมีความแตกต่างกันแต่ยังคงมีคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกันคือ การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ภายในชุมชนของตนที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนกับโบราณสถานในพื้นที่ บทความนี้จะเป็นการนำเสนอถึงความสำคัญของพื้นที่ในอดีตที่สัมพันธ์กับการประกอบกิจกรรมต่างๆ และสืบเนื่องมาจนถึงกิจกรรมสรงกู่ในปัจจุบันรวมถึงนำเสนอถึงรายละเอียดต่างๆ ของกิจกรรมสรงกู่ที่ประกอบขึ้นภายในโบราณสถานในแต่ละแห่งว่ามีรูปแบบกิจกรรมเป็นเช่นไร เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์การใช้พื้นที่ในอดีตและปัจจุบันว่ามีความแตกต่างกันเช่นไร และวิเคราะห์เปรียบเทียบผลดีผลเสียของการจัดกิจกรรมโดยเปรียบเทียบในแง่มุมต่างๆ เช่น ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ด้านวิถีชีวิตการดำรงอยู่และด้านวัฒนธรรมคติความเชื่อ ในส่วนท้ายบทความยังได้นำเสนอถึงแนวทางในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมที่สอดคล้องในด้านการอนุรักษ์แนวทางการปฏิบัติและข้อควรระวังในการจัดกิจกรรมภายในเพื่อให้ชุมชนได้นำไปปรับใช้ได้อย่างสมดุล อันจะส่งผลให้ชุมชนสามารถดำรงอยู่คู่กับโบราณสถานได้อย่างยั่งยืนต่อไป และเพื่อฟื้นชีวิตโบราณสถานให้กับมาปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเช่นที่ผ่านมาในอดีต

คำสำคัญ: การอนุรักษ์โบราณสถาน ประเพณีสรงกู่

 

Abstract

The Song Ku ceremony is held annually on the waxing (full moon) of the 15th day of the 5th month of the Thai lunar calendar. People in the Northeast region of Thailand also call this ceremony ‘Bun Song Nam.’ It is one of twelve traditional rituals of the Northeast. This paper describes the activities that are part of the Song Ku ceremony through three case studies: ‘Prasat’ in Maha Sarakham Province, also known as Ku Bua Mat in Borabue district; Ku Ban Khawao in Muang district; and Ku Santarat in Nadun district. Although all three areas hold the same ceremony, each has specific details, demonstrating the cultural diversity among different communities. However, despite these differences in details, the ceremony’s celebration makes evident the shared beliefs among communities in that they all worship the sacred items and revered historical sites of their localities. This paper reveals the importance of the areas in the past in relation to the activities that are retained in the present. It also provides a detailed description of the activities of the Song Ku ceremony. Consequently, the analysis reveals the differences between the past and the present. It also compares the advantages and disadvantages of holding the event, such as conservation of cultural heritage, way of life, and cultural beliefs. Finally, this article presents framing activities for further conservation. It includes guidelines and recommendations that each community should consider in order to live sustainably along with the historical sites and revive their merits as in the past.

Keywords: historic conservation, Song Ku ceremony

Keywords

Article Details

How to Cite
Sheewasukthaworn, W., Eiam-Anant, P., & Panin, O. (1). Song-Ku: A Local Ceremony and the Existence of Historical Sites in Maha Sarakham Province (ประเพณีสรงกู่ ความเชื่อท้องถิ่นกับการดำรงอยู่ ของโบราณสถานที่จังหวัดมหาสารคาม). Journal of Mekong Societies, 9(3), 123-143. Retrieved from https://www.tci-thaijo.org/index.php/mekongjournal/article/view/15141
Section
Articles