วัตถุประสงค์

วารสารสุขศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่วิทยาการความก้าวหน้าทางสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ องค์ความรู้และนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อวิชาการและวิชาชีพสุขศึกษา ส่งเสริมสุขภาพและการสาธารณสุข โดยมีขอบเขตเนื้อหาทางวิชาการดังนี้ จิตวิทยาสุขภาพ (Health Psychology) สุขศึกษา (Health Education) การสื่อสารสุขภาพ (Health Communication) พฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) และการสาธารณสุข (Public Health) ซึ่งจัดทำขึ้นมาเป็นปีที่ 43 

กำหนดออก

ปีละ 2 ฉบับ

     ช่วงเดือน มกราคม-มิถุนายน 1 ฉบับ

     ช่วงเดือน กรกฎาคม-ธันวาคม 1 ฉบับ

 

ประเภทบทความ 

          1. วารสารสุขศึกษา รับบทความต้นฉบับทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเป็นบทความที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน หรือไม่อยู่ระหว่างรอการตอบรับตีพิมพ์ในวารสารฉบับใด ๆ 

          2. บทความต้นฉบับ ที่เตรียมการเผยแพร่ทั้งในรูปของบทความวิจัย (Research article) บทความปริทัศน์ (Review article) บทความวิชาการหรือบทความพิเศษ (Academic article) ทางสุขศึกษาส่งเสริมสุขภาพและพฤติกรรมศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการสาธารณสุข ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพูนความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และคงไว้ซึ่งความเป็นวิชาชีพ

          3. กรณีบทความวิจัยจากวิทยานิพนธ์ ต้องมีหนังสือรับรองและลงนามทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก

และนักศึกษาผู้ทำวิทยานิพนธ์

ทบทวนบทความต้นฉบับโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

          1. บทความต้นฉบับทุกเรื่องต้องผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญในกองบรรณาธิการ และบทความที่ผ่านการกลั่นกรองจากกองบรรณาธิการจะได้รับการทบทวนบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-review) จำนวน 2 ท่าน ต่อไป

          2. บทความจะได้รับการทบทวนจากผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยความโปร่งใส โดยประเภทของการทบทวน (Peer-review) คือ double blinde

คำแนะนำ และรูปแบบการเตรียมบทความต้นฉบับ

          1. บทความต้นฉบับทุกรูปแบบ กำหนดให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์  Microsoft Office Word 2007 และ pdf ขึ้นไป

          2. บทความที่ส่งมาจำเป็นต้องมีการทบทวนวรรณกรรม แนวความคิด และทฤษฎีสนับสนุน อย่างน้อย 1 ทฤษฎีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ 10 ฉบับ ย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี

          3. กรณีบทความวิจัย กำหนดให้มีความยาวของเนื้อหา พร้อมตาราง (ถ้ามี)  ไม่เกิน 12 กระดาษที่พิมพ์ต้องเป็นขนาดเอ 4  พิมพ์หน้าเดียว 1 คอลัมน์  ระยะห่างบรรทัด 1.5 lines ขนาดตัวอักษร สำหรับภาษาไทยใช้ TH SarabunPSK 15 pointsหรือ  Angsana New 16 points และภาษาอังกฤษใช้ Time New Roman 12 points โดยพิมพ์ห่างจากขอบกระดาษด้านซ้าย 1.5 นิ้ว และ 1 นิ้วสำหรับด้านอื่น ๆ พร้อมใส่หมายเลขหน้าทุกหน้าที่มุมบนด้านขวาส่วนบทความปริทัศน์ บทความวิชาการ หรือบทความพิเศษ กำหนดให้มีความยาวของเนื้อหา รวมรูปหรือตาราง (ถ้ามี) ไม่เกิน 12 หน้า กรณีการเขียนเชิงอรรถที่ด้านล่าง ก าหนดให้ขนาดอักษรเท่ากับ  12  points สำหรับภาษาไทย และ 10  points สำหรับภาษาอังกฤษ

การจัดเรียงเนื้อหาในบทความต้นฉบับ

          กรณีบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ หรือบทความพิเศษ 

ควรมีส่วนประกอบและการจัดเรียงเนื้อหา (ไม่ควรเกิน 12 หน้า) เป็นลำดับดังต่อไปนี้

          หน้าแรก ประกอบด้วย

          1)  ชื่อบทความวิจัยภาษาไทย

          2) ชื่อ-สกุลผู้เขียน อีเมล์ เบอร์โทร ตำแหน่ง ที่อยู่ที่ทำงานเป็น ภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่เกิน 6คน หากเกินกว่านี้ ให้ระบุคำว่า  “และคณะ” สำหรับผู้เขียนในลำดับที่ 7 เป็นต้นไป พร้อมระบุเชิงอรรถแบบตัวเลข เพื่อเขียนเชิงอรรถด้านล่างเกี่ยวกับตำแหน่งงานและหน่วยงานที่สังกัด พร้อมระบุสัญลักษณ์เพิ่ม  “*” ให้กับผู้เขียนที่มีสถานะเป็น Corresponding Author 1 ท่าน และระบุที่อยู่ และ e-mail เพื่อการติดต่อ

          3) บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มีเนื้อหาครอบคลุมที่มา/ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธีวิจัย ผลการวิจัย และการสรุป/ ข้อเสนอแนะ มีความยาวไม่เกิน 350 คำ หรือ 15  – 16 บรรทัด

          4) คำสำคัญ 3–5 คำ

          หน้าที่สอง มีเนื้อหาดังเช่นหน้าแรก แต่เขียนด้วยภาษาอังกฤษ 

          หน้าที่ 3-12 ประกอบด้วยหัวข้อการนำเสนอดังนี้

          1) ความสำคัญของปัญหา/บทนำ

          2) วัตถุประสงค์ และสมมติฐานงานวิจัย (ถ้ามี)

          3) ระเบียบวิธีวิจัย  ประกอบด้วยหัวข้อรูปแบบการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่างการสุ่มตัวอย่าง  เกณฑ์คัดเลือกตัวอย่าง เครื่องมือและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ขั้นตอนการวิจัย วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ และเลขรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์

          4) ผลการวิจัย พร้อมตารางหรือรูป (ถ้ามี)  โดยรูปที่เสนอต้องไม่เกิน 2-3 ตาราง

          5) อภิปรายผล

          6)  สรุป

          7)  ข้อเสนอแนะ มุ่งเน้นเฉพาะข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย 

          8)  กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) และ

          9)  เอกสารอ้างอิง (TH SarabunPSK 13 points)