เปรียบเทียบผลผลิตน้ำยางที่ได้จากการใช้เครื่องเจาะกับการกรีด

Main Article Content

วรวิทย์ สิริพลวัฒน์ วิวัฒน์ ไม้แก่นสาร

Abstract

          จากปัญหาการกรีดยางที่ก่อให้เกิดภาวะเครียดกับต้นยาง การเพิ่มพื้นที่ปลูกไปทั่วทุกภาคของประเทศ และการเผชิญกับปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ได้ส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานฝีมือในการกรีดยางอย่างมาก เพื่อที่จะช่วยในการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้ทำการทดลองใช้วิธีการเจาะต้นยางซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้แรงงานฝีมือเปรียบเทียบกับวิธีการกรีดยางว่าจะได้ผลดีเทียบเท่ากันหรือไม่ โดยได้มีการวางแผนทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) ที่ประกอบด้วย 6 Treatments แต่ละ Treatment จะประกอบด้วยต้นยางพาราพันธุ์ JVP 80 จำนวน 20 ต้น พบว่า ปริมาณน้ำยางดิบที่รวบรวมได้มีค่าเฉลี่ย 1,314, 1,923, 896, 1,342, 1,973 และ 1,357 ซีซี ใน T1, T2, T3, T4, T5 และ T6 ตามลำดับ ผลจากการทดสอบค่า F พบค่า P<0.01 โดย T3 จะมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดและมีค่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก Treatments อื่นทั้งหมด แต่จะไม่พบค่าความแตกต่างระหว่าง T2 กับ T5 ในขณะที่ค่าเปอร์เซนต์เนื้อยางแห้งจะมีค่าระหว่าง 24.0-44.6%, 19.0-42.0%, 23.0-47.0%, 26.0-47.0%, 26.0-44.0% และ 22.3-42.0% ใน T1, T2, T3, T4, T5 และ T6 ตามลำดับ ผลจากการทดลองนี้พบว่าการใช้เครื่องเจาะสามารถใช้ได้ผลดีเทียบเท่ากับวิธีการกรีด

 

          Rubber industry is facing with oxidative stress derived from tapping, increasing in rubber plantation in all parts of Thailand, and encounter with a minimum wage of 300 baht, which resulted in shortage of skilled workers. In order to solve such problem, the experiment was conducted by using the methods of puncturing that did not require skill labors compared with tapping to compare between the two methods. The experimental design is a Completely Randomized Design (CRD) containing 6 treatments. Each treatment consisted of 20 rubber trees of the cultivar JVP 80. It was found that the average raw latex yield were 1,314, 1,923, 896, 1,342, 1,973 and 1,357 cc. in T1, T2, T3, T4, T5 and T6 respectively. The resulted from F-test show that P<0.01 by T3 manifest a lowest average value and be significantly different from all other treatments. However, there are not a significant difference between T2 and T5. While the percentage of dry rubber content of T1, T2, T3, T4, T5 and T6 ranged between 24.0-44.6, 19.0-42.0, 23.0-47.0, 26.0-47.0, 26.0-44.0 and 22.3-42.0 respectively. The resulted of this experiment showed that the puncture method worked equally well as the conventional tapping method. 

Keywords

Article Details

How to Cite
สิริพลวัฒน์ว., & ไม้แก่นสารว. (2016). เปรียบเทียบผลผลิตน้ำยางที่ได้จากการใช้เครื่องเจาะกับการกรีด. Panyapiwat Journal, 8(2), 196-204. Retrieved from https://www.tci-thaijo.org/index.php/pimjournal/article/view/65660
Section
Research Article