เหตุผลการเลือกสถานที่เรียน สถานที่ทำงาน และทัศนคติต่อความต้องการทำงานหลังสำเร็จการศึกษาในวิทยาลัยสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกและของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย วิทยาลัยพยาบาลพระบรมราชชนนี สรรพสิทธิ์ประสงค์

Main Article Content

นภชา สิงห์วีรธรรม กิตติพร เนาว์สุวรรณ ปัทมา ผ่องศิริ สอาด มุ่งสิน นภัทร บุญเทียม

Abstract

การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาเหตุผลในการเลือกสถานที่เรียนและสถานที่ทำงานของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และ 2) เปรียบเทียบทัศนคติต่อความต้องการทำงานในภูมิลำเนาที่ผู้ปกครองอาศัยหลังสำเร็จการศึกษาในวิทยาลัยสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ระหว่างกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านกับกลุ่มที่ไม่ร่วมกิจกรรมเปิดบ้านของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 632 คนด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามทัศนคติต่อความต้องการทำงานในภูมิลำเนาที่ผู้ปกครองอาศัยของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการเลือกเรียนในสถานศึกษาและปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษาในสถานบริการ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ผ่านการตรวจสอบเชิงเนื้อหา ได้ค่า IOC ระหว่าง .67-1.00 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ .73 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Independent t-test  การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาเหตุผลในการเลือกสถานที่เรียนและสถานที่ทำงานของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และ 2) เปรียบเทียบทัศนคติต่อความต้องการทำงานในภูมิลำเนาที่ผู้ปกครองอาศัยหลังสำเร็จการศึกษาในวิทยาลัยสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ระหว่างกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านกับกลุ่มที่ไม่ร่วมกิจกรรมเปิดบ้านของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 632 คนด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามทัศนคติต่อความต้องการทำงานในภูมิลำเนาที่ผู้ปกครองอาศัยของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายต่อการเลือกเรียนในสถานศึกษาและปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษาในสถานบริการ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ผ่านการตรวจสอบเชิงเนื้อหา ได้ค่า IOC ระหว่าง .67-1.00 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ .73 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ Independent t-test  ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ (1) นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านและไม่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้าน มีเหตุผลในการเลือกสถานที่เรียนหลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามความชอบของตนเอง คำนึงถึงค่าใช้จ่ายหรือฐานะของครอบครัว และเลือกตามความต้องการของพ่อแม่ สำหรับเหตุผลในการเลือกสถานที่ทำงาน จะเลือกตามความชอบของตนเอง เลือกมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และเลือกทำงานตรงตามสาขาที่เรียนมา และ(2) กลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านกับกลุ่มที่ไม่ร่วมกิจกรรม เปิดบ้านมีทัศนคติต่อความต้องการทำงานในภูมิลำเนาที่ผู้ปกครองอาศัยหลังสำเร็จการศึกษาใน วิทยาลัยสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001

Keywords

Article Details

Section
Research Article
Author Biography

กิตติพร เนาว์สุวรรณ, Boromarajonani College of Nursing, Songkhla

Thailand Citation Index Centre

References

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2551). การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.

กุลพร พูลสวัสดิ์ และอนุชิต จุรีเกษ. (2559). กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับสถานศึกษา (Strategic Marketing for School).
สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561 จาก http://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/ 52234/edu.

เกรียงชัย รุ่งฟ้าใหม่. (2561). แนวทางการตลาดสำหรับสถาบันอุดมศึกษา : มุมมองของนักศึกษาสาขาการท่องเที่ยวและบริการ.
สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2561 จาก https://www.researchgate.net/ publication/ 323454009.

จักรพันธ์ ภาชนะ. (2559). อนาคตภาพการบริหารจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2558-
2567), วารสารการพยาบาลการสาธารณสุขและการศึกษา, 17(2), 122-134.

จิรนันท์ ไวยศรีแสง. (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษา
ของรัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร. สาระนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม,
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

ณัชชา สุวรรณวงศ์. (2560).ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
อีสาน นครราชสีมา (ระบบโควต้า) ประจำปีการศึกษา 2560. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน.

นภชา สิงห์วีรธรรม, กิตติพร เนาว์สุวรรณ, ยุพาวดี ขันทบัลลัง และอำพล บุญเพียร. (2561). เอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของ
สถาบันพระบรมราชชนก ตามการรบั รขู้ องนกั ศกึ ษา อาจารย ์ ครพู เี่ ลยี้ งและผปู้ กครอง. วารสารมหาวทิ ยาลยั นราธวิ าส
ราชนครินทร์, 9(3), 60-70.

นภชา สิงห์วีรธรรม และยุพาวดี ขันทบัลลัง. (2560). สถานการณ์การผลิตกำลังด้านสุขภาพ ของสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อ
ตอบสนองความต้องการของระบบสุขภาพ. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 5(3),
218-225.

ประกาย จิโรจน์กุล. (2548). การวิจัยทางการพยาบาล แนวคิด หลักการและวิธีปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สร้างสื่อ.

มานิต คงเพ็ชร. (2548).ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจศึกษาในโครงการปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ธุรกิจภาคพิเศษ.
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตลพบุรี.

Demiray, U., Nagy, J., & Yilmaz, R.A. (2007). Strategies for the marketing of higher education with comparative
contextual references between Australia and Turkey. Turkish Online Journal of Distance Education,
8(2), 157-173.

Kotler, P. K. & Fox, F, A. (2002) Strategic Marketing for Education Institutions 2002, Upper Saddle River,
New Yersey: Prentice-Hall.

Motekaitiene, A. & Juscius, V. (2008). Specific of Marketing in Higher Education System. Socialiniai tyrimai /
Social Research, 2(12), 97-103.

Rogers, C. (2017). An investigation into Chinese brand name translation strategies in the UK higher education
sector: the case of the University of Strathclyde. Submitted in partial fulfillment of the requirement
of the degree of Master of Business Administration of the Strathclyde.

Schiffman, L. G. & Kanuk L.L. (2007).Consumer behavior (9thed.).New Jersey: Englewood.