การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาตามทฤษฎีภาษาศาสตร์สังคมและแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความแวดไวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา

Main Article Content

พจนีย์ หนักทอง ฤดีรัตน์ ชุษณะโชติ อัมพร ม้าคนอง

Abstract

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาตามทฤษฎีภาษาศาสตร์สังคมและแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความแวดไวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเรียน และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 37 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง ผู้วิจัยใช้แบบแผนการทดลองแบบอนุกรมเวลา ใช้ระยะเวลาในการทดลองทั้งสิ้น 16 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบวัดความแวดไวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาตามทฤษฎีภาษาศาสตร์สังคมและแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความแวดไวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเรียน และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น โดยนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 37 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง ผู้วิจัยใช้แบบแผนการทดลองแบบอนุกรมเวลา ใช้ระยะเวลาในการทดลองทั้งสิ้น 16 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบวัดความแวดไวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที  ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการเรียนการสอนภาษาตามทฤษฎีภาษาศาสตร์สังคมและแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความแวดไวทางวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา มีหลักการสำคัญคือ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์เดิมของผู้เรียนทั้งทางด้านภาษาและวัฒนธรรมกับประสบการณ์ใหม่ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของสิ่งที่เรียนรู้ ส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ในบริบทและสถานการณ์ที่มีความหลากหลาย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ เมื่อผู้เรียนได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นที่มีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และมีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองทางภาษาและวัฒนธรรม หลังจากการได้รับประสบการณ์ จะช่วยให้ผู้เรียนสะท้อนคิดถึงความแตกต่าง อันจะนำมาซึ่งความแวดไวทางวัฒนธรรม รูปแบบการเรียนการสอน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นสร้างความเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม 2) ขั้นเสนอประสบการณ์ใหม่ 3) ขั้นสะท้อนคิดจากประสบการณ์ 4) ขั้นเสริมหลักการ และ 5) ขั้นเปลี่ยนผ่านสู่สถานการณ์ใหม่ และผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอนแสดงให้เห็นว่าความแวดไวทางวัฒนธรรมของผู้เรียนหลังการทดลองสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งในภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบแต่ละด้าน

Keywords

Article Details

Section
Research Article

References

1 สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (2558). บรรยายสรุปประจำปี 2558 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. สืบค้นเมื่อวันที่ 2
มกราคม 2561 จาก http://ww2.ayutthaya.go.th/files/com_news_document/2016-04_7763b5affc10449.pdf

2 Bhawuk, D. P. S., & Brislin, R. W. (1992). The measurement of intercultural sensitivity using the concept of
individualism & collectivism. International Journal of Intercultural Relations, 16, 413-436

3 Brislin, R. & Yoshida, T. (1994). Intercultural communication training: An introduction. Thous& Oaks, CA: Sage
publications.

4 Chen, G. M. & Starosta, W. J. (1996). Intercultural communication competence: A synthesis. In B. Burleson (Ed.),Communication Yearbook 19. Thous & Oaks: Sage.

5 Chen, G. M. & Starosta, W. J. (1997). A review of the concept of intercultural sensitivity. Human Communication,
1, 1-16.

6 Chen G. M. & Starosta, W. (2000). The development & validation of intercultural sensitivity scale. Paper
presented at the Annual Meeting of the National Communication Association, Seattle, WA.

7 Davis, S. L., & Finney, S. J. (2006). A factor analytic study of the cross-cultural adaptability inventory.
Educational & Psychological Measurement, 66(2), 318-330.

8 Foronda, C. (2008). A concept analysis of cultural sensitivity. Journal of Transcultural Nursing, 19(3), 207-212

9 Fritz, W., Graf, A., Hentze, J., Mollenberg, A., & Chen G. H. (2005). An examination of chen & starosta's
model of intercultural sensitivity in Germany & United States. In Chen, G. M. (2010). A study of
intercultural communication competence. Hong Kong: China Review Academic Publishers.

10Gudykunst, W. B., & Hammer, M. R. (1983). Basic training design: Approaches to intercultural training. In
D. L&is & R. W. Brislin (Eds.), H&book of intercultural training, volume 1: Issues in theory & design
(pp. 118-154). New York: Pergamon.

11Halliday, M. A. K. (1975). Learning how to mean: explorations in the development of language. London: Edward Arnold.

12Halliday, M. A. K. (1978). Language as a social semiotic: the social interpretation of language & meaning.
London: Edward Arnold.

13Hart, R. P. & Burks, D. M. (1972). Rhetorical sensitivity & social interaction. Speech Monographs, 39, 75-91.

14Hudson, R. A. (1996). Sociolinguistics. Cambridge: Cambridge University Press.

15Keengwe, J. P. (2010). Fostering cross cultural competence in preservice teachers through multicultural
education experiences. Early Childhood Education Journal, 38, 197-204.

16Kolb, A. Y. & Kolb, D. A. (2008). Experiential learning theory: Dynamic, holistic approach to management
learning, education & development. In S. J. Armstrong & C. Fukami (Eds.) H&book of Management
Learning, Education & Development. London: Sage Publications.

17Lister, P. (1999). A taxonomy for developing culture competence. Nurse Education Today. 19(4), 103-115.

18Muniry, M., Nair, G., Krishnan, S., Ahmad, I., & Noor, N. (2010). Sociolinguistic competence & Malaysian
students' English language proficiency. English Language Teaching, 3(3), 145-151.

19Piaget, J. (1926). The language & thought of the child. New York: Harcourt Brace & Company.

20Skepple, R. G. (2014). Preparing culturally responsive pre-service teachers for culturally diverse classroom.
Kentucky Journal of Excellence in College Teaching & Learning, 12(6), 57-69.

21Tat, D. K. L. (2012). The application of sociolinguistic relativity acquisition in teaching English in intensive
English program in Vietnamese secondary schools. The Internet Journal of Language, Culture &
Society, 34, 51-58.

22UNESCO. (1999). Learning to Live Together: Education Policies & Realities in Asia-Pacific. Retrieve 30
August 2016 from http://unesdoc.unesco.org/images/0022/002272/227208e.pdf

23Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society. Cambridge, MA: Harvard University Press.

24Wardhaugh, R. (2010). An Introduction to Sociolinguistics. New York: Basil Blackwell Inc.

25Zhang, H. & Wang, N. (2016). Sociolinguistics & English teaching in china. Theory & Practice in Language
Studies, 694), 830-834.