องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เพิ่มประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งตะวันตก

Main Article Content

ธัญชนก ยอดสวัสดิ์ วัน เดชพิชัย สุจิตรา จรจิตร

Abstract

การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสมวิธี มีวัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดและวิเคราะห์องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เพิ่มประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเขตพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งตะวันตก  ดำเนินการวิจัย 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การกำหนดองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เพิ่มประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษา โดยศึกษาเอกสาร งานวิจัย และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์จำนวน 9 คน และระยะที่ 2 การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้บริหาร ครูผู้สอน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 422 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิชนิดสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม ที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยใช้ค่า CVI ได้ค่าดัชนีความเที่ยงตรงทั้งฉบับ เท่ากับ .98 หาความเชื่อมั่นโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจโดยวิธีหมุนแกนองค์ประกอบแบบออโธโกนอลด้วยวิธีแวริแมกซ์  การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสมวิธี มีวัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดและวิเคราะห์องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เพิ่มประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเขตพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งตะวันตก  ดำเนินการวิจัย 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การกำหนดองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เพิ่มประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษา โดยศึกษาเอกสาร งานวิจัย และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์จำนวน 9 คน และระยะที่ 2 การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้บริหาร ครูผู้สอน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 422 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิชนิดสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม ที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยใช้ค่า CVI ได้ค่าดัชนีความเที่ยงตรงทั้งฉบับ เท่ากับ .98 หาความเชื่อมั่นโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจโดยวิธีหมุนแกนองค์ประกอบแบบออโธโกนอลด้วยวิธีแวริแมกซ์  ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เพิ่มประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษา ระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเขตพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งตะวันตก มี 5 องค์ประกอบ 55 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 บรรยากาศองค์การ มี 4 องค์ประกอบย่อย  14 ตัวบ่งชี้ มีค่าไอเกนสูงสุดเท่ากับ 2.812 มีค่าความแปรปรวนสูงสุดร้อยละ 17.574 องค์ประกอบที่ 2 การมีส่วนรวมของชุมชนมี 2 องค์ประกอบย่อย 6 ตัวบ่งชี้ มีค่าไอเกนสูงสุดเท่ากับ 2.728 มีค่าความแปรปรวน สูงสุดร้อยละ 18.186   องค์ประกอบที่ 3 สภาพแวดล้อม มี 5 องค์ประกอบย่อย  15 ตัวบ่งชี้ มีค่าไอเกนสูงสุดเท่ากับ 2.358 มีค่าความแปรปรวนสูงสุดร้อยละ 13.872  องค์ประกอบที่ 4 โครงสร้างองค์การ มี 3 องค์ประกอบย่อย  9 ตัวบ่งชี้มีค่าไอเกนสูงสุดเท่ากับ 2.472 มีค่าความแปรปรวนสูงสุดร้อยละ 16.477 และองค์ประกอบที่ 5 พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหาร มี 5 องค์ประกอบย่อย 11 ตัวบ่งชี้ มีค่าไอเกนสูงสุดเท่ากับ 2.571 มีค่าความแปรปรวนสูงสุดร้อยละ 16.069

Article Details

Section
Research Article

References

1.กมลลักษณ์ ธนานันต์เมธี. (2559). อิทธิพลของธรรมาภิบาลและวัฒนธรรมองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองค์การขององค์การ
บริหารส่วนตำบลในเขตภาคเหนือของประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2559, จาก https://www.ar.or.
th/ImageData/Magazine/10041/DL_EN_10241.pdf? t=636161968521291011.

2.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2560). ข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2561, จาก https://
www.dla.go.th/work/abt/

3.กาญจนา เกสร. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การกับประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

4.เจตน์สฤษฎิ์ สังขพันธ์. (2554). โมเดลเชิงสาเหตุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในภาวะรอพินิจของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนามนุษย์และสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

5.เจตน์สฤษฎิ์ สังขพันธ์, ชุติมา หวังเบ็ญหมัด, รัชตา ธรรมเจริญ, สิริลักษณ์ ทองพูน, ปกรณ์ ลิ้มโยธิน, นิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว
และคณะ. (2559). ความพึงพอใจของนักศึกษาในการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ประจำปี 2557.
การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติ และนานาชาติ ครั้งที่ 7 วันที่ 23 มิถุนายน 2559 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. สงขลา.

6.ณัฐปคัลภ์ ญาณมโนวิศิษฏ์. (2558). การนำหลักธรรมาภิบาลไปปฏิบัติขององค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดฉะเชิงเทรา. สืบค้นเมื่อ26 พฤศจิกายน 2559, จาก https://www.tci-thaijo.org/index.php/apheitjournals/article/download/35286/
29313

7.ตาบทิพย์ ไกรพรศักดิ์. (2555). ธรรมาภิบาลในฐานะปัจจัยสภาพแวดล้อมสู่ความสำเร็จในการบริหารจัดการ: บทตรวจสอบ
ระหว่างประเทศ. สืบค้นเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2559, จาก https://www.lib.Ku.ac.th/KUCONF/2555/KC4915009.pdf.

8.ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ. (2545). โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาดัชนีวัดผลการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ดี. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า.

9.ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ. (2549). ทศธรรม: ตัวชี้วัดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า.

10.ทิพวัลย์ พันธ์จันทึก. (2558). อิทธิพลของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและวัฒนธรรมองค์การที่มีต่อผลการดำเนินงานขององค์การ:

11.กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์และ
วิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

12.ธณัฐพล ชะอุ่ม. (2558). การบริหารจัดการที่มีผลต่อประสิทธิผลของเทศบาลตำบลในเขตภาคกลางของประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 25 มิถุนายน 2560, จาก https://www.research-system.siam.edu/2013-12-20-03-59/2407-2015-12-04-02-54-7

13.ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี: สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี.
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2552. ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 70 ตอนที่ 14.
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542. ราชกิจจานุเบกษา.
เล่มที่ 116 ตอนที่ 633.

14.ศรีสกุล เจริญศรี, ไชยา ยิ้มวิไล, และปิยากร หวังมหาพร. (2559). ธรรมาภิบาล วัฒนธรรมองค์การ กับประสิทธิผลองค์การ
ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ. วารสารช่อพะยอม, 27(1), 57-72.

15.ศิรินันท์ ทิพย์เจริญ. (2555). ธรรมาภิบาลกับการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วารสารสห
วิทยาการวิจัย, 1(2), 97-103.

16.สมชาย น้อยฉ่ำ, นิคม เจียรจินดา และชัชวลิต เลาหวิเชียร. (2559). ธรรมาภิบาลกับประสิทธิผลในการบริหารงานตามหลักการ
ประเมินแห่งดุลยภาพของเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี. วารสารเกษมบัณฑิต. 17(2),
38-48.

17.สุเมธ แสงนิ่มนวล. (2556). ต้นแบบการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม
2559, จาก www.kpi.ac.th/media/pdf/M7_264.pdf

18.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2552). คู่มือการจัดระบบการกำกับดูแลองค์การภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล
ของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance Rating). กรุงเทพฯ: พรีเมียร์โปร.

19.สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2555). สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 เมษายน 2555 เรื่องข้อเสนอ แผนการส่งเสริมและพัฒนาธรรมาภิบาลในภาคราชการ เพื่อการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีอย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ:
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.

20.Ahmad, M.S. (2012). Impact of Organizational Culture on Performmance Management Practices in Pakistan.
Business Intelligence Journal, 5(1), 50-55.

21.Denison, D.R. (1990). Corporate Culture Organizational Effectiveness. New York: John Wiley & Sons.
Denison, D. R., Haaland, S. & Goelzer, P. (2003). Corporate Culture and Organizational Effectiveness: Is
There a Similar Pattern around the World? Advances in Global Leadership, 3, 205-227.

22.Scholz, C. (1987). Corporate Culture and Strategy The Problem of Strategic Fit. Academy of Management
Journal, 20(4), 78-87.