ความสัมพันธ์ของความร่วมมือด้านการวิจัยและข้อมูลบรรณมิติที่มีต่อค่าอ้างอิงของงานวิจัยที่ตีพิมพ์บนฐานข้อมูล Scopus ระดับ Q1 ของคณะพยาบาลศาสตร์ในประเทศไทย

Main Article Content

สุทธิศักดิ์ ศรีสวัสดิ์

Abstract

การศึกษาแบบภาคตัดขวางในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาลักษณะความร่วมมือด้านการวิจัยและลักษณะทั่วไปของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในระดับต่างประเทศของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะพยาบาลศาสตร์อื่นๆในประเทศไทย ศึกษาเปรียบเทียบค่าอ้างอิงเฉลี่ยตามลักษณะของความร่วมมือด้านการวิจัยด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวในสถิติแบบไม่ใช้พารามิเตอร์ (Kruskal-Wallis Test) และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความร่วมมือด้านการวิจัย ข้อมูลบรรณมิติที่มีต่อค่าอ้างอิงงานวิจัยโดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุเชิงเส้นแบบ Log-Linear Model เพื่อให้มีความสอดคล้องกับค่าอ้างอิงงานวิจัยที่มีการแจกแจงแบบไม่ปกติและเบ้ขวา เก็บข้อมูลในงานวิจัยของคณะพยาบาลในประเทศไทยที่ตีพิมพ์บนฐานข้อมูล Scopus ในวารสารกลุ่ม Q1 เพื่อควบคุมคุณภาพของวารสารให้อยู่ในระดับเดียวกัน ตั้งแต่พ.ศ. 2546-2558 จำนวน 194 บทความ  การศึกษาแบบภาคตัดขวางในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาลักษณะความร่วมมือด้านการวิจัยและลักษณะทั่วไปของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในระดับต่างประเทศของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะพยาบาลศาสตร์อื่นๆในประเทศไทย ศึกษาเปรียบเทียบค่าอ้างอิงเฉลี่ยตามลักษณะของความร่วมมือด้านการวิจัยด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวในสถิติแบบไม่ใช้พารามิเตอร์ (Kruskal-Wallis Test) และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความร่วมมือด้านการวิจัย ข้อมูลบรรณมิติที่มีต่อค่าอ้างอิงงานวิจัยโดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุเชิงเส้นแบบ Log-Linear Model เพื่อให้มีความสอดคล้องกับค่าอ้างอิงงานวิจัยที่มีการแจกแจงแบบไม่ปกติและเบ้ขวา เก็บข้อมูลในงานวิจัยของคณะพยาบาลในประเทศไทยที่ตีพิมพ์บนฐานข้อมูล Scopus ในวารสารกลุ่ม Q1 เพื่อควบคุมคุณภาพของวารสารให้อยู่ในระดับเดียวกัน ตั้งแต่พ.ศ. 2546-2558 จำนวน 194 บทความ  ผลการศึกษาพบว่า ผลงานวิจัยที่ศึกษามีจำนวนผู้เขียนเฉลี่ยอยู่ประมาณ 4 คน (mean = 4.45; S.D. = 3.19) และมีสถาบันที่ร่วมวิจัยเฉลี่ย 2-3 สถาบัน (mean =2.70; S.D. =2.41) โดยมากกว่าร้อยละ 63 เป็นงานวิจัยที่ร่วมมือกับต่างประเทศแบบทวิภาคี และอีกร้อยละ 8.8 เป็นความร่วมมือแบบพหุภาคี จากผลการศึกษาด้วยสถิติ Kruskal-Wallis Test พบว่างานวิจัยที่มีผู้เขียนมากกว่า 6 คนขึ้นไปจะมีค่าอ้างอิงเฉลี่ยต่อ 1 ปี สูงกว่ากลุ่มอื่นๆอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนในเรื่องของการวิเคราะห์การถดถอยพหุเชิงเส้นแบบ Log-Linear Model พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อค่าอ้างอิงเฉลี่ยต่อ 1 ปีได้แก่ จำนวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จำนวนผู้เขียนในงานวิจัย และค่า H-Index ของผู้เขียนคนแรก โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การทำนาย 16.5% (Adjusted R2 = 0.138) และมีเพียงปัจจัยเรื่องจำนวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่มีอิทธิพลต่อค่า Field Weighted Citation Index ทั้งนี้สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ในการวางแผนการตีพิมพ์งานวิจัยระดับนานาชาติเพื่อเพิ่มคุณภาพของงานวิจัยและเพิ่มโอกาสที่งานวิจัยจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น โดยนักวิจัยต้องคำนึงถึงการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมเนื้อหาและคำนึงถึงการร่วมมือกับนักวิจัยที่มีชื่อเสียงในสาขานั้นๆเป็นสำคัญ

Article Details

Section
Research Article