Factors Associated with Competency of Professional Nurses in Caring Stroke Patients

Main Article Content

เบญจภรณ์ จงรักษ์ มาลีวัล เลิศสาครศิริ สมพร ชินโนรส

Abstract

การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตั้งแต่ 1 ปี  การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตั้งแต่ 1 ปี 
เป็นต้นไป จำนวน 169 คน เป็นการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อมูลลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารงานขององค์กร สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และ
แบบประเมินสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ผ่านการตรวจความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านได้ค่าดัชนีความตรงภายในทุกข้อคำถามมีค่าความตรงมากกว่า 0.5 หาค่าความเที่ยงโดยวิธีสัมประสิทธิ์อัลฟ่า
ของครอนบาคเท่ากับ .94, .92, .96 และ .93 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมด้านสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเท่ากับ 3.87 (S.D. = .61) อยู่ในระดับดี สมรรถนะโดยรวมมีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ การพยาบาลเพื่อวางแผนการจำหน่าย
และการดูแลต่อเนื่องเท่ากับ 4.29 (S.D. = .61) อยู่ในระดับดีมาก รองลงมาคือ การสื่อสารและการประสานงานคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 (S.D. = 1.18) อยู่ในระดับดี ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การวิจัยและการพัฒนาการพยาบาล เท่ากับ 3.17 (S.D. = 
.95) อยู่ในระดับปานกลาง สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พบว่า ปัจจัยด้านการบริหารขององค์กร สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานและแรงจูงใจในการปฏิบัติงานมี
ความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญระดับปานกลางกับสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .40, .26, และ.35, p = 0.01 ตามลำดับ)

Keywords

Article Details

Section
บทความวิจัย