การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อประเมินและจัดการปัญหาสุขภาพแก่บุคคลวัยผู้ใหญ่ในสถานประกอบการในชุมชนเมือง กรณีศึกษากลุ่มวังขนาย

Main Article Content

มงคล การุณงามพรรณ ผกาวลี พุ่มสุทัศน์ สุดารัตน์ สุวารี นันทนา น้ำฝน ชัชฎาพร พิทักษ์เสถียรกุล

Abstract

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินและจัดการปัญหาสุขภาพของบุคคลวัยผู้ใหญ่ในสถานประกอบการในชุมชนเมือง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งมีค่าความไวในการทำนายผล ร้อยละ 76.50 และมีความจำเพาะ ร้อยละ 60.20 สมุดบันทึกข้อมูลสุขภาพ เทปบันทึกเสียง แนวคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ และเครื่องมือประเมินภาวะสุขภาพจัดเตรียมและตรวจสอบความแม่นตรงตามมาตราฐานโดยศูนย์บริการสาธารณสุข เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง คือ พนักงานบริษัทกลุ่มวังขนายที่ผ่านการคัดกรองสุขภาพและพบมีภาวะเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังจำนวน 20 คน ดำเนินการวิจัยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ถึงมกราคม พ.ศ. 2557 ตามขั้นตอนดังนี้ 1) การวางแผน 2) การปฏิบัติ 3) การสังเกตการณ์ 4) การสะท้อนคิดและการปรับแผน เก็บข้อมูลภาวะสุขภาพจากการตรวจสุขภาพก่อนเข้าโครงการและเมื่อครบเดือนที่ 1 ภายหลังผู้ร่วมวิจัยได้รับทราบผลการเปลี่ยนแปลงภาวะสุขภาพเมื่อครบ 1 เดือนจัดให้เข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ด้านการออกกำลังกายและผู้วิจัยเพื่อได้รับข้อมูลย้อนกลับ และผู้วิจัยทำการสัมภาษณ์รายบุคคลเกี่ยวกับผลของการปรับเปลี่ยนภาวะสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปส่วนบุคคลและข้อมูลภาวะสุขภาพเมื่อเริ่มโครงการด้วยสถิติพื้นฐาน ข้อมูลภาวะสุขภาพเดือนที่ 1 จำแนกรายบุคคล และข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินและจัดการปัญหาสุขภาพของบุคคลวัยผู้ใหญ่ในสถานประกอบการในชุมชนเมือง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งมีค่าความไวในการทำนายผล ร้อยละ 76.50 และมีความจำเพาะ ร้อยละ 60.20 สมุดบันทึกข้อมูลสุขภาพ เทปบันทึกเสียง แนวคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ และเครื่องมือประเมินภาวะสุขภาพจัดเตรียมและตรวจสอบความแม่นตรงตามมาตราฐานโดยศูนย์บริการสาธารณสุข เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง คือ พนักงานบริษัทกลุ่มวังขนายที่ผ่านการคัดกรองสุขภาพและพบมีภาวะเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังจำนวน 20 คน ดำเนินการวิจัยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ถึงมกราคม พ.ศ. 2557 ตามขั้นตอนดังนี้ 1) การวางแผน 2) การปฏิบัติ 3) การสังเกตการณ์ 4) การสะท้อนคิดและการปรับแผน เก็บข้อมูลภาวะสุขภาพจากการตรวจสุขภาพก่อนเข้าโครงการและเมื่อครบเดือนที่ 1 ภายหลังผู้ร่วมวิจัยได้รับทราบผลการเปลี่ยนแปลงภาวะสุขภาพเมื่อครบ 1 เดือนจัดให้เข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ด้านการออกกำลังกายและผู้วิจัยเพื่อได้รับข้อมูลย้อนกลับ และผู้วิจัยทำการสัมภาษณ์รายบุคคลเกี่ยวกับผลของการปรับเปลี่ยนภาวะสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปส่วนบุคคลและข้อมูลภาวะสุขภาพเมื่อเริ่มโครงการด้วยสถิติพื้นฐาน ข้อมูลภาวะสุขภาพเดือนที่ 1 จำแนกรายบุคคล และข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า การปฏิบัติการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม 4 ขั้นตอนของผู้เข้าร่วมวิจัยเริ่มจากขั้นวางแผนทำให้ผู้เข้าร่วมวิจัยมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการปฏิบัติ วิธีการประเมินการปฏิบัติของตนเอง เครื่องมือที่ช่วยในการติดตามการปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพ รวมทั้งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารจากผู้เชี่ยวชาญ ในขั้นตอนปฏิบัติภายหลังจากรับรู้ข้อมูลภาวะสุขภาพของตนเอง ผู้เข้าร่วมวิจัยเขียนแรงบันดาลใจ ระบุเป้าหมาย และแผนปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพ จากนั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามแรงบันดาลใจ เป้าหมาย และแผนที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้วิจัย ผู้ร่วมวิจัย และผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตัวตามบริบทของแต่ละบุคคล จนเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลสุขภาพในทางที่ดีในบางข้อมูลในเวลาเพียง 1 เดือน และเมื่อภายหลังครบ 1 เดือนผู้เข้าร่วมวิจัยได้รับทราบผลการเปลี่ยนแปลงภาวะสุขภาพก่อให้เกิดการสะท้อนคิด ไตร่ตรอง ปัจจัยเชิงอุปสรรค ปัจจัยเชิงสนับสนุนเพื่อนำมาปรับปรุงแผนการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่จะนำไปปฏิบัติในระยะต่อไปเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ผู้วิจัยเสนอแนะว่า การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาสุขภาพให้มีภาวะสุขภาพที่ดีจะสำเร็จได้จะต้องคำนึงถึงบริบทของผู้เข้าร่วมวิจัยแต่ละบุคคลเป็นหลัก และอาศัยการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังจากเจ้าของสุขภาพ พร้อมทั้งควรจัดระบบให้คำปรึกษา การสะท้อนกลับเพื่อให้เข้าใจในข้อมูลด้านต่างๆ

Article Details

Section
บทความวิจัย