ผลการส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยศาสตร์มณีเวชต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายในสตรีมุสลิมวัยแรงงาน จังหวัดนราธิวาส

Main Article Content

บุญยิ่ง ทองคุปต์ รังสฤษฎ์ แวดือราแม ฟีเดีย กาเจ มัสนีดา เจ๊ะเต๊ะ มารีนา อูมา มารีนา มามะ มัรยัม ตันหยงขาเดร์ มิสบ๊ะห์ ดีแม มุสลีมะห์ หมันหลิน มูนีเราะห์ เวาะสะ

Abstract

การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการออกกำลังกายก่อนและหลังการใช้ศาสตร์มณีเวช กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีมุสลิมวัยแรงงานในจังหวัดนราธิวาส ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่าย และใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการออกกำลังกายก่อนและหลังการใช้ศาสตร์มณีเวช กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีมุสลิมวัยแรงงานในจังหวัดนราธิวาส ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่าย และใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ
เฉพาะเจาะจง จำนวน 27 คน เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถามพฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งวิเคราะห์หา
ความเชื่อมั่น ได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามด้านความรู้ 0.75 ด้านทัศนคติ 0.76 และ ด้านพฤติกรรมการออกกำลังกาย 0.78 และแบบประเมินขั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพัฒนามาจากการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการประยุกต์
ใช้โมเดลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการออกกำลังกายของกุลธิดา พานิชกุล และอติพร สำราญบัว ส่วนที่ 2 เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ สื่อวิดิทัศน์ และคู่มือการออกกำลังกายแบบมณีเวช ที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ความรู้
เกี่ยวกับการออกกำลังกาย และสื่อบุคคลสาธิตการออกกำลังกายแบบมณีเวช ซึ่งได้ทำการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยประเมินพฤติกรรมการออกกำลังกายและขั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนการ
ทดลอง และทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทุกคนออกกำลังกายร่วมกันในสัปดาห์แรก และติดตามผลการออกกำลังกายในสัปดาห์ที่ 2 จำนวน 3 วัน สัปดาห์ที่ 3 จำนวน 2 วัน และสัปดาห์ที่ 4 จำนวน 1 วัน หลังการทดลอง 1 เดือน ทำการประเมิน
พฤติกรรมการออกกำลังกายและขั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้เครื่องมือชุดเดิมก่อนทดลอง และนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ค่าคะแนนความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติ รวมถึงขั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลัง
กายของสตรีมุสลิมวัยแรงงานก่อนและหลังการทดลองวิเคราะห์โดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติทีคู่ (paired t test) ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยความรู้ (M=11.8, S.D.=2.00) ทัศนคติ (M=38.70, S.D.=3.57) และการปฏิบัติการออกกำลังกาย (M=37.52, S.D.=3.09) หลังทดลองมากกว่าก่อนทดลอง (M=7.11,  S.D.=2.29, M=31.74,  S.D.=3.58 
และ M=28.81,  S.D.=3.49) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ t = 15.83,13.01 และ 6.31, p < .001 นอกจากนี้ หลังจากได้ติดตามผลหลังการทดลอง 1 เดือน พบว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ใน ขั้นที่ 3 คือเริ่ม
ปฏิบัติ (ร้อยละ 81.5) ในขณะที่ก่อนการทดลองส่วนใหญ่ อยู่ในขั้นที่ 2 คือเริ่มคิดพิจารณา  (ร้อยละ 51.9) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยศาสตร์มณีเวชส่งผลให้มีปฏิบัติการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น และทำให้มีการปรับ
เปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย  

Article Details

Section
บทความวิจัย