ผลของสารสกัดจากสาหร่ายทุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบฟีนอลิกในยางพารา และการประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความต้านทานต่อเชื้อไฟทอปธอร่า

Main Article Content

เขมมิการ์ โขมพัตร https://orcid.org/0000-0002-2437-650X นุรอามาลี ดีนามอ นันทา เชิงเชาว์

Abstract

หลังจากฉีดพ่นใบยางพาราชำถุงด้วยสารสกัดจากสาหร่ายทุ่น (Sargassum polycystum) ที่ความเข้มข้น 0.25 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรเป็นเวลา 1,3 และ 5 วัน พบการสะสมของสคอพอเลตินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกช่วงเวลาเมื่อเทียบกับชุด หลังจากฉีดพ่นใบยางพาราชำถุงด้วยสารสกัดจากสาหร่ายทุ่น (Sargassum polycystum) ที่ความเข้มข้น 0.25 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรเป็นเวลา 1,3 และ 5 วัน พบการสะสมของสคอพอเลตินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกช่วงเวลาเมื่อเทียบกับชุด
ควบคุมที่ฉีดพ่นด้วยน้ำกลั่น ส่วนกรดซาลิซิลิกมีปริมาณเพิ่มขึ้นในวันที่ 1 และ 5 สำหรับกรดพาราคูมาริกพบการเพิ่มขึ้นเฉพาะในวันที่ 1 ขณะที่ปริมาณของกรดวานิลลิกและคาเทชินไม่พบการเปลี่ยนแปลง เมื่อนำสารสกัดมาประยุกต์ใช้ฉีดพ่นต้น
ยางพาราชำถุงเพื่อชักนำความต้านทานเป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้วตามด้วยการฉีดพ่นเชื้อไฟทอปธอร่า พบว่าต้นยางติดเชื้อลดลงมากกว่า 50% เมื่อเปรียบเทียบกับต้นที่ฉีดพ่นด้วยเชื้อเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังพบว่าต้นที่ฉีดพ่นด้วยเชื้อไฟทอปธอร่า
เป็นเวลา 5 วัน มีปริมาณของสารประกอบฟีนอลิกทั้ง 5 ชนิดสูงกว่าชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญรวมทั้งตรวจพบการสะสมของ ลิกนินและฟอร์มใหม่ของเอนไซม์เปอร์ออกซิเดส ในขณะที่การฉีดพ่นด้วยสารสกัดจากสาหร่ายพบการเพิ่มขึ้นเฉพาะ
สคอพอลิตินและกรดซาลิซิลิกโดยไม่พบลิกนินและฟอร์มใหม่ของเอนไซม์เปอร์ออกซิเดส จึงชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจากสาหร่ายในการทดลองนี้มีคุณสมบัติชักนำให้ต้นยางพาราทนต่อการรุกรานของเชื้อไฟทอปธอร่าผ่านการเพิ่มขึ้นของสคอพอเล
ตินซึ่งเป็นสารไฟโตอเล็กซินและกรดซาลิซิลิกซึ่งเป็นโมเลกุลส่งสัญญาณในระบบ systemic acquired resistance (SAR) แต่ไม่ผ่านวิถีการสังเคราะห์ลิกนิน

Keywords

Article Details

Section
บทความวิจัย