Login or Register to make a submission.

As part of the submission process, authors are required to check off their submission's compliance with all of the following items, and submissions may be returned to authors that do not adhere to these guidelines.

  • The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
  • The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, RTF, or WordPerfect document file format.
  • Where available, URLs for the references have been provided.
  • The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
  • The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines, which is found in About the Journal.
  • If submitting to a peer-reviewed section of the journal, the instructions in Ensuring a Blind Review have been followed.

1. ส่วนประกอบของบทความ


1.1 ชื่อเรื่อง  ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


1.2 ชื่อผู้เขียน  ต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ครบทุกคนพร้อมวุฒิการศึกษาสูงสุด  โดยใส่หมายเลขที่ชื่อผู้เขียนที่เป็นผู้ติดต่อ


1.3 บทคัดย่อและคำสำคัญ (ภาษาไทย)


     1.3.1  บทคัดย่อภาษาไทย  สรุปเนื้อหาของบทความให้เข้าใจถึงที่มาของการทําวิจัย วิธีการดำเนินการวิจัย  ผลที่ได้จากการวิจัย และการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์  ความยาวไม่เกิน  250  คำ


     1.3.2  คำสำคัญภาษาไทย  ไม่เกิน 4  คํา (ไม่ใช่วลี หรือ ประโยค)


1.4 บทคัดย่อและคำสำคัญ (ภาษาอังกฤษ) 


     1.4.1  บทคัดย่อภาษาอังกฤษ  แปลจากบทคัดย่อภาษาไทย  โดยให้มีขนาดและเนื้อหาเหมือนกับบทคัดย่อภาษาไทย


     1.4.2  คำสำคัญภาษาอังกฤษ  แปลจากคําสําคัญภาษาไทย    


1.5 เนื้อเรื่อง


     1.5.1 ความเป็นมาของปัญหา  ให้อธิบายถึงเหตุผล  และชี้ให้เห็นความสำคัญของงานวิจัยที่ทำ


     1.5.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย  ให้ระบุวัตถุประสงค์ของการวิจัยให้ชัดเจน  โดยบอกเป็นข้อๆ  ตามลำดับความสำคัญ


     1.5.3 วิธีดําเนินการวิจัย  ให้ระบุประเภทการวิจัย  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง  เครื่องมือที่ใช้  การเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล


     1.5.4 ผลการวิจัย  ให้แสดงผลจากการวิจัยที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์  ซึ่งอาจมีภาพประกอบ แผนภูมิ ตาราง หรือการสื่อในลักษณะอื่น ๆ ที่ผู้อ่านดูแล้วเข้าใจ


     1.5.5 อภิปรายผล  อภิปรายให้ผู้อ่านเห็นความสัมพันธ์และความเป็นไปได้ของผลการศึกษา  สนับสนุนหรือคัดค้านทฤษฎี  เปรียบเทียบหรือตีความเพื่อเน้นความสำคัญของงานให้เข้าใจง่ายที่สุด


     1.5.6 สรุปผลการวิจัย  ข้อสรุปที่ได้จากการวิจัยความยาวไม่เกิน  150  คำ


     1.5.7 ข้อเสนอแนะ  ให้แนะนําการนําผลจากการวิจัยไปใช้ประโยชน์   และแนะนําเพื่อนําผลจากการวิจัยไปต่อยอดการวิจัย


     1.5.8 เอกสารอ้างอิง (เฉพาะที่อ้างอิงในวารสารนี้)  ให้ระบุชื่อเอกสารที่ใช้อ้างอิงในบทความ  โดยเรียงลำดับตามตัวอักษร  ดังรูปแบบที่อธิบายไว้ในข้อ  3


 


2. ข้อกำหนดในการเตรียมต้นฉบับ


   ให้พิมพ์ต้นฉบับด้วยโปรแกรม Microsoft Word  ชนิดอักษร  Cordia  New  หรือ  Cordia  UPC  แบบ  1  คอลัมน์  สำหรับบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  และแบบ  2  คอลัมน์สำหรับเนื้อหาบทความ  โดยใช้ขนาดตัวอักษร  14  ปกติ  จำนวนหน้า  7-12  หน้า  ขนาดกระดาษ  16K 195*270 mm  ห่างจากขอบกระดาษบน  2  ซม.  ด้านล่าง  3  ซม.  ห่างจากระยะขอบกระดาษด้านซ้ายและขวาด้านละ  2  ซม. การเว้นวรรคระหว่างประโยคให้เคาะเว้นวรรค  2  ครั้ง  โดยมีรายละเอียดแต่ละรายการดังต่อไปนี้


     2.1 ชื่อเรื่อง  ขนาดตัวอักษร  15  ตัวหนา จัดไว้กลางหน้ากระดาษ


     2.2 ชื่อผู้เขียน  ให้ใช้ขนาดตัวอักษร  14  ปกติ  ไว้ขอบด้านขวาหน้ากระดาษ


     2.3 คําสําคัญ (Keywords)  หัวข้อหลักในตัวบทความให้ใช้ขนาดตัวอักษร  14  ตัวหนา  เนื้อหาของคําสําคัญให้ใช้ขนาดตัวอักษร  15  ปกติจัดชิดขอบกระดาษด้านขวา


     2.4 ชื่อหัวข้อหลักและรอง  หัวข้อหลักในตัวบทความให้ใช้ขนาดตัวอักษร  15  ตัวหนา  ชิดขอบด้านซ้ายของคอลัมน์และหัวข้อรองให้ใช้ขนาดตัวอักษร  14  ตัวหนา  ชิดขอบด้านซ้ายของคอลัมน์ 


     2.5 รูปแบบและตาราง  ชื่อตารางให้จัดวางบนตารางโดยใช้ขนาดตัวอักษร  14  ตัวหนา  จัดให้ชิดขอบด้านซ้ายของคอลัมน์  ส่วนคำบรรยายรูปภาพจัดไว้ให้อยู่ใต้รูปภาพ


     2.6 ความห่างระหว่างข้อความ  การเว้นวรรคระหว่างประโยคให้เคาะเว้นวรรค  2  ครั้ง  กรณีที่ขึ้นหัวข้อใหม่ (หัวข้อหลัก)  ให้กด  Enter  2  ครั้ง  กรณีที่ขึ้นหัวข้อใหม่ (หัวรอง)  ให้กด  Enter  1  ครั้ง 


 


3. การอ้างอิงเอกสาร


     3.1 การลงรายการอ้างอิงในเนื้อเรื่อง 


         ให้วงเล็บ  ชื่อ-สกุล  ผู้แต่ง  สำหรับคนไทย   นามสกุล  ผู้แต่ง  สำหรับชาวต่างชาติ   และปีที่พิมพ์ของเอกสารอ้างอิงถึง  ต่อท้ายข้อความที่ต้องการอ้างอิง  เช่น 



























ชื่อผู้แต่ง



ภาษาไทย



ภาษาอังกฤษ



1  คน



….(วันทนา  ทับทิม,  2552)



….(Brown,  2009)



2  คน



....(วันทนา  ทับทิม/และอุษา  งามดี,  2552)



.....(Smith  and  Brown,  2009)



3  คน



....(วันทนา  ทับทิม/และคณะ,  2552)



....(Smith  et al.,  2009)




     3.2 การลงรายการเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ (Reference)


          ใช้การลงรายการอ้างอิงแบบสมาคมจิตวิทยาอเมริกา (American Psychological Association, APA) ระบุเฉพาะรายการที่ถูกอ้างอิงในเนื้อหาของบทความเท่านั้น  โดยให้เรียงเอกสารภาษาไทยไว้ก่อนภาษาอังกฤษ และให้เรียงเอกสารปฐมภูมิไว้ก่อนเอกสารทุติยภูมิ แสดงการลงรายการเพื่อเป็นตัวอย่างดังนี้


          3.2.1 หนังสือทั่วไป ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ผู้แต่ง.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//ชื่อชุดหนังสือและลําดับที่(ถ้ามี).//เล่มที่ใช้อ้าง(ถ้ามี).//(ครั้งที่พิมพ์).//สถานที่พิมพ์:/สํานักพิมพ์. เช่น


ศักดา  ดาดวง. (2551). เทคโนโลยีมหัศจรรย์เพื่อชีวิต.  พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น.


Longman, S.V.  (2004).  Page and stage: An approach to scrip analysis.  Boston, MA: Pearson.


          3.2.2 หนังสือรวมเรื่อง ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ผู้เขียนบทความ.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อบทความ./ใน/ชื่อบรรณาธิการ, ตําแหน่ง(ถ้ามี)//ชื่อหนังสือรวมเรื่อง//(หมายเลขหน้าบทความ).//ชื่อจังหวัดที่พิมพ์:/ชื่อสํานักพิมพ์. เช่น


สุปราณี  แจ้งบํารุง.  (2546).  ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจําวัน. ใน สุปราณี แจ้งบํารุง และคณะ, บรรณาธิการ.  ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจําสําหรับคนไทย พ.ศ.2546 (หน้า  21-26).  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ).


          3.2.3 หนังสือแปล ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ชื่อผู้แต่ง.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือแปล.//แปลจาก/ชื่อหนังสือต้นฉบับ//(พิมพ์ครั้งที่).//โดย/ชื่อผู้แปล.//สถานที่พิมพ์:/สํานักพิมพ์. เช่น


พาร์กินสัน, ซี บอร์ทโคท และรัสตอมจิ, เอ็ม เค.  (2536).  การบริหารยุคใหม่.  แปลจาก Realities in management.  โดย เริงศักดิ์ ปานเจริญ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.


          3.2.4 วิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ผู้เขียนวิทยานิพนธ์.//(ปีที่วิจัยสําเร็จ).//ชื่อวิทยานิพนธ์.//วิทยานิพนธ์ปริญญา(ระดับ)/ชื่อสาขาวิชา/สังกัดของสาขาวิชา/มหาวิทยาลัย. เช่น


เข็มทอง  ศิริแสงเลิศ.  (2540).  การวิเคราะห์ระบบประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษาบัณฑิต วิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.


          3.2.5 รายงานการวิจัย ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ชื่อผู้วิจัย.//(ปีที่พิมพ์).//รายงานการวิจัยเรื่อง/...//สถานที่พิมพ์:/ผู้จัดพิมพ์. เช่น


ยุวลักษณ์  เวชวิทยาขลัง.  (2550).  รายงานการวิจัยเรื่อง ความต้องการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคลในธุรกิจ SMEs จังหวัดสมุทรปราการ.  กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.


          3.2.6 วารสาร ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ชื่อผู้เขียนบทความ.//(ปีที่พิมพ์,/เดือน).//ชื่อบทความ./ชื่อวารสาร,//ปีที่/(ฉบับที่),เลขหน้าบทความ. เช่น


สกุลรัตน์  อุษณาวรงค์.  (2550, มกราคม-มีนาคม).  การสำรวจการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทางการเกษตรในจังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัย มข,  ปีที่ 12 (ฉบับที่  1),5-16.


          3.2.7 หนังสือพิมพ์และกฤตภาค ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ชื่อผู้เขียนบทความ.//(ปีที่พิมพ์,/เดือน/วันที่).//ชื่อบทความ./ชื่อหนังสือพิมพ์,/เลขหน้าบทความ. เช่น


ข่าวการศึกษา.  (2552, มิถุนายน 12).  ปฏิรูปการศึกษา. เดลินิวส์, 8.


          3.2.8 อินเตอร์เน็ตหรือเวิลด์ไวด์เว็บ ให้ลงรายการเรียงตามลําดับ ชื่อผู้จัดทําเว็บไซต์.//(ปีที่เข้าถึง).//ชื่อเว็บไซต์./<แหล่งที่อยู่ที่เข้าถึงได้>/(วัน/เดือนที่เข้าถึง). เช่น


มหาวิทยาลัยลัยขอนแก่น, สํานักวิทยบริการ.  (2551).  ฐานข้อมูล  E-database. < http://lib09.kku.ac.th/e-database/> ( 29 ธันวาคม).