แพะในคดีอาญากับปัญหาการรื้อฟื้นคดี : ศึกษาบทบาทของพนักงานอัยการในการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ : A Scapegoat of the Criminal Case in the Retrial of Criminal Case : A Study of the Public Prosecutor Role

Main Article Content

คมกริช ดิษฐเจริญ จารุวรรณ อมรศิลสวัสดิ์

Abstract

ปัญหาความผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้  จากการยอมรับและเล็งเห็นถึงความผิดพลาดดังกล่าวจึงนำมาซึ่งการกำหนดมาตรการการรื้อฟื้นคดีอาญาในคดีซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดขึ้นมาพิจารณาใหม่  แต่เนื่องจากการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่มีผลกระทบต่อหลักความศักดิ์สิทธิ์แห่งคำพิพากษา หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่จึงถูกกำหนดไว้อย่างจำกัดและรัดกุม  เมื่อการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่เกิดจากความผิดพลาดของรัฐ ดังนั้น พนักงานอัยการในฐานะตัวแทนของรัฐในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน จึงสมควรเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่  แต่ในปัจจุบันพบว่าพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ได้จำกัดอำนาจของพนักงานอัยการไว้ให้มีอำนาจรื้อฟื้นคดีอาญาได้เฉพาะกรณีที่พนักงานอัยการมิได้เป็นโจทก์ในคดีเดิม  ผู้ต้องคำพิพากษาส่วนใหญ่จึงต้องรื้อฟื้นคดีอาญาด้วยตนเอง  ส่งผลทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม  หลักกฎหมายดังกล่าวจึงมีลักษณะขัดต่อหลักการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการมีฐานะเป็นโจทก์ในทางแบบพิธีเท่านั้น  จะเป็นโจทก์ในทางเนื้อหา กล่าวคือ ไม่เป็นคู่แพ้ชนะกับจำเลย แต่พนักงานอัยการต้องมีความเป็นภาวะวิสัย (Objectivity) เนื่องจาก การดำเนินคดีอาญาในระบบการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐไม่ใช่เป็นเรื่องของการต่อสู้คดีระหว่างคู่ความสองฝ่ายดังเช่นคดีแพ่ง  พนักงานอัยการจึงมีบทบาทที่ต้องดำเนินคดีเพื่อประโยชน์ของจำเลยด้วย  ดังนั้น จึงเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว  โดยให้พนักงานอัยการเป็นผู้มีบทบาทในการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ได้โดยไม่ถูกจำกัดอำนาจ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐ ดังเช่นนานาประเทศ อาทิ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่จำกัดอำนาจของพนักงานอัยการในการรื้อฟื้นคดีอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่จำเลยผู้บริสุทธิ์


The problem of miscarriage of justice in the criminal case can be happened.  Recognizing the probability of such error, many countries allow the reopening of criminal case after its final judgment. This procedure inevitably affects the principle of the judgment reliability. To restrict such consequence, it is necessary to impose a limited strict rules and conditions for the reopening of criminal case to only when the criminal case was found miscarriage of justice out of the state error.  The public prosecutor, therefore, as the state agent to provide justice to people, has an important role in the retrial of criminal case after its final judgment. But in Thailand, The Retrial of Criminal Case Act B.E. 2526 (1983) has imposed a limited power of public prosecutor for only the retrial of criminal case that the public prosecutor is not plaintiff in the original case. Therefore, most defendants must resurrect the retrial of criminal case per se.  As a result, they do not receive fairness from the justice system.  Such indication   is contrary to the nature of the criminal proceedings by state that the public prosecutor associate himself as the nominal prosecutor not the inquisitive one.  That is to say it is not regarded as a win-lose matter to the defendant.  He or she, in contrast must have objectivity. This is because the public prosecution of criminal case is not the litigation against two parties as the legal proceedings of civil suit.  As a result, the litigation of the criminal case, the public prosecutor must also consider the benefits of the defendant. It is deemed appropriate to amend the Retrial of the Criminal Act B.E. 2526 (1983) by empowering the public prosecutor to be able to conduct the retrial of the criminal case without limited power to conform to the principle of public prosecution of various counties, such as France, Germany and Japan which allow the public prosecutor to be entitled to resurrect the retrial of criminal case after its final judgment to achieve fairness with presumed of innocent.

Keywords

Article Details

Section
บทความวิชาการ

References

โกเมน ภัทรภิรมย์. (2526). ระบบอัยการสากล. กรุงเทพฯ : ศรีสมบัติการพิมพ์.
โกเมน ภัทรภิรมย์. (2534). งานอัยการในกระบวนการยุติธรรม . วารสารอัยการ, 14(161)
,486.
กมล พัชรวนิช. (2521). ระบบอัยการของสหรัฐอเมริกา. วารสารอัยการ 1(12), 17.
คณิต ณ นคร. (2555). กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา. กรุงเทพฯ : วิญญูชน.
คณิต ณ นคร. (2536). แนวความคิดในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลของพนักงานอัยการ. 100 ปีอัยการ,
แห่งการสถาปนาสถาบันอัยการ 100 ปี โดย สำนักงานอัยการสูงสุด กรุงเทพฯ , 142.
คณิต ณ นคร. (2525). ปัญหาการใช้ดุลพินิจของอัยการ. วารสารอัยการ, 5(52), 57.
ทีมล่าความจริง (ช่องนาว26). (2560). ลุ้นรื้อคดี “แพะหนุ่มใบ้”สำเร็จครั้งแรกของประเทศ.
(12 สิงหาคม 2560) สืบค้นเมื่อ http://www.now26.tv/view/102594.
ธานินทร์ กรัยวิเชียร. (2521). ศาลกับพยานบุคคล. กรุงเทพฯ : นำอักษรการพิมพ์.
นพพร โพธิรังสิยากร. (2524). การใช้ดุลพินิจของศาลในการลงโทษ. คณะนิติศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.
นิภาพร รุจนรงค์. (2538). คดีเชอรี่แอน กระบวนการยุติธรรมจะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้บริสุทธิ์ได้
อย่างไร. รายงานการเสวนาทางวิชาการ โดย สำนักงานอัยการสูงสุด กรุงเทพฯ, 6.
บัญญัติ สุชีวะ. (2507). ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย. ดุลพาห, 11, 6.
มารุต บุนนาค. (2513). ชะตากรรมของจำเลยผู้บริสุทธิ์. บทบัณฑิตย์, 27, 62.
มารุต บุนนาค. (2518). การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่. วารสารทนายความ, 17, 6.
สุจินต์ ทิมสุวรรณ. (2525). กรมอัยการกับการดำเนินคดีให้แก่รัฐ. กรุงเทพฯ : กรมอัยการ.
สุพร อิศรเสนา. (2544). การขอพิจารณาคดีใหม่ พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่
การหนังสือทูลเกล้าถวายฎีกา. กรุงเทพฯ : นิติบรรณการ.
อรรถพล ใหญ่สว่าง. (2524). ผู้เสียหายในคดีอาญา. กรุงเทพฯ : คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อรุณี กระจ่างแสง. (2532). อัยการกับการสอบสวนคดีอาญา. กรุงเทพฯ : คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อำไพ วิจิตรเวชการ. (2527). การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่. บทบัณฑิตย์, 41, 363.