กลยุทธ์การเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียนชาวต่างชาติในจังหวัดเชียงราย

เนื้อหาบทความหลัก

วิมลวรรณ วงศ์ใหญ่

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบกลยุทธ์การเรียนรู้ภาษาไทย ของผู้เรียนชาวต่างชาติในจังหวัดเชียงราย โดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักศึกษาชาวจีน ชั้นปีที่ 1 โปรแกรมวิชาภาษาไทย ในมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จำนวน 30 คน และ นักเรียนชาวต่างชาติ ในโรงเรียนสอนภาษา (Easy Study Thai Language School) ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 30 คน วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้มาจากการกรอกแบบสอบถาม โดยยึดรูปแบบของ Strategy Inventory Language Learning ของ Oxford (1990:17) และการสังเกตการณ์เรียนการสอนของครูและนักเรียนในชั้นเรียนภาษาไทยและทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถามโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์


     ผลการวิจัยพบว่า จากการวิเคราะห์แบบสอบถามแสดงผลการเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียนชาวจีน เป็นนักเรียนของการเรียนรู้ในระบบ พบว่ากลวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือ Memory Strategies คิดเป็นร้อยละ 63.33 และผลการเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียนชาวต่างชาติ เป็นนักเรียนของการเรียนรู้นอกระบบ พบว่ากลวิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือ Affective strategies คิดเป็นร้อยละ 63.33 และจากการศึกษาจากการสังเกตการณ์เรียนการสอนพบว่านักศึกษาชาวจีน ใช้กลวิธี Compensation Strategies บ่อยที่สุดและใช้ Memory Strategiesน้อยที่สุด ส่วนนักเรียนชาวต่างชาติในการเรียนรู้แบบนอกระบบ พบว่ามีการใช้ Cognitive Strategies บ่อยที่สุด และใช้ Affective Strategies น้อยที่สุดในการเรียนรู้ภาษาไทย ด้านครูผู้สอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ สามารถประยุกต์ใช้ผลการวิจัยเพื่อช่วยให้นักเรียน ได้พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ภาษาไทยของตน และในขณะเดียวกันครูผู้สอน ควรมีพื้นฐานความรู้ด้านกลวิธีการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างสื่อการเรียนการสอน เพื่อใช้พัฒนาการเรียนของนักเรียน ทั้งครูผู้สอนและนักเรียน ควรมีความเข้าใจการใช้กลยุทธ์การเรียนรู้ ให้เหมาะสมและเกิดประสิทธิผลในการเรียนภาษาไทยเป็นภาษาต่างชาติต่อไป

คำสำคัญ

รายละเอียดบทความ

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

C Marisa. (2015). Thai the language of choice for Chines students in Yunnan. Retrieved 5 November 2015 from
http://www.nationmultimedia.com/national/Thai-the-language-of-choice-for-Chinese-students-i-
30262309.html.

Em-on Chaitasaphon. (1993). Teach Thai as a foreign language Guidebook. Bankok: Se-ed. Bankok.

H.H Stern. (1992). Issue and Options in Language Teaching. Oxford: OUP.

Karen Fedderholdt. (1997). Using Diaries to develop Language Learning Strategies. Japan: Toyama University.

M. Lessard-Clouston. (1997). “Language learning strategy: An overview for L2 teachers.” The internet TESL journal: 1-10.

Marcia L Conner. (2004). Informal learning. Retrieved 5 December 2015. From http://edutechwiki.unige.ch/en/
Informal_learning..

Rebecca Oxford. (1990). Second Language learning Strategies What Every Teacher Should Know. Boston:
Heinle&Heinle.Southeast Asian Studies Summer Institute. 2015. http://seassi.wisc.edu/Program/index.htm.

Stephen Hawkings. (2005). A Briefer History of Time USA. USA: Bantam Books.

T. J. and Smith, M. K Jeffs. (1996). Informal Education. Conversation, democracy and learning. . Ticknall, England:
Education Now.

Thai Language program. (2015). Retrieved 10 December 2015. From http://thaiarc.tu.ac.ththai/thcourse.html..

Writing Intensive Focus Requirement of UH-Manoa. (2015). Retrieved 16 December 2015. From http://thai.hawaii.edu.