การประเมินประสิทธิภาพสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเพชรบุรีด้วยวิธีการ DEA และ WPF-DEA

Main Article Content

ประสพชัย พสุนนท์ สุดา ตระการเถลิงศักดิ์

Abstract

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเพชรบุรี ด้วยตัวแบบ CCR (Charnes Cooper and Rhodes, 1978) และตัวแบบ BCC (Banker Charnes and Cooper, 1984) ของวิธีการ DEA และ 2) เพื่อวิเคราะห์สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเพชรบุรีที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานด้อยสุด ด้วยตัวแบบ CCR และตัวแบบ BCC ของวิธีการ WPF-DEA ประชากรที่ทำการศึกษา คือ สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเพชรบุรีที่ดำเนินงานปกติ จำนวน 18 แห่ง สำหรับตัวแปรในการวิจัยใช้ตามแนวทางของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (2549) ประกอบด้วย 1) ตัวแปรปัจจัยนำเข้า 4 ตัวแปร คือ 1.1) ต้นทุนธุรกิจหลัก 1.2) ค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจและดำเนินการ 1.3) หนี้สินทั้งสิ้น และ 1.4) ทุนของสหกรณ์ และ 2) ตัวแปรปัจจัยผลผลิต คือ รายได้ ผลการวิจัยพบว่า 1) มีสหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพจำนวน 4 และ 5 แห่ง เมื่อประเมินด้วยตัวแบบ CCR และ BCC ของวิธีการ DEA ตามลำดับ 2) มีสหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพด้อยที่สุดจำนวน 2 และ 3 แห่ง เมื่อประเมินด้วยตัวแบบ CCR และ BCC ของวิธีการ WPF-DEA ตามลำดับ และ 3) จากการวิเคราะห์คะแนนประสิทธิภาพของวิธีการ DEA และ WPF-DEA รวมกัน พบว่าสามารถแบ่งสหกรณ์ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่มีขนาดของสหกรณ์ที่เหมาะสม กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและขนาดของสหกรณ์ กลุ่มที่ 3 เป็นสหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพระดับกลางๆ และมีขนาดค่อนข้างเหมาะสม และกลุ่มที่ 4 เป็นสหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการดำเนินการ

คำสำคัญ : สหกรณ์การเกษตร วิธีการ DEA วิธีการ WPF-DEA ประสิทธิภาพและประสิทธิภาพด้อยที่สุด

 

ABSTRACT

The aims of this research were 1) to evaluate operational efficiencies of agricultural cooperatives in Phetchaburi province with CCR-DEA (Charnes Cooper and Rhodes, 1978) and BCC-DEA (Banker Charnes and Cooper, 1984) models, and 2) to analyze the bad performance agricultural cooperatives in Phetchaburi province using CCR-WPF-DEA and BCC-WPF-DEA models. A population for the study was 18 operating agricultural cooperatives located in Phetchaburi province. The factors applied in the research consisted of 4 input variables; 1) main business costs; 2) specific costs in business and operation; 3) total debt; and 4) cooperative fund and 1 output variable; income. The data set is taken from the Department of Cooperative Auditing (2006). The results showed that: 1) there were 4 and 5 efficient agricultural cooperatives under the CCR-DEA and BCC-DEA approach respectively; 2) there were 2 and 3 worst-efficiency agricultural cooperatives when evaluating with CCR-WPF-DEA and BCC-WPF-DEA approach respectively; and 3) from analysis using a combination of DEA and WPF-DEA approaches in both CCR and BCC models, the agricultural cooperatives could be divided into 4 groups: the 1st group consisted of the cooperatives with low operation efficiency but had appropriate scale. The 2nd group consisted of cooperatives that had to improve both operating efficiency and scale. The 3rd group was the cooperatives with medium efficiency and appropriate scale. The 4th group was cooperatives with operation efficiency and appropriate scale.

Keywords: Agricultural Cooperative, DEA Approach, WPF-DEA Approach, Efficiency and

Worst-efficiency

Keywords

Article Details

Section
Research Articles