รูปแบบคำแสดงการเน้นเสริมความของผู้หญิงกับผู้ชาย ในภาษาไทยและภาษาเยอรมัน (Forms of intensifiers used by women and men in Thai and in German)

  • สุทธิดา ซุ้ยเล็ก (Suttida Suilek) ภาควิชาภาษาเยอรมัน คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (Department of German, Faculty of Arts, Silpakorn University)
  • กรกช อัตตวิริยะนุภาพ (Korakoch Attaviriyanupap) ภาควิชาภาษาเยอรมัน คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (Department of German, Faculty of Arts, Silpakorn University)
Keywords: คำที่ใช้เน้นเสริมความ, ผู้หญิง, ผู้ชาย, ภาษาไทย, ภาษาเยอรมัน, Intensifiers, Women, Men, German, Thai

Abstract

          ความแตกต่างระหว่างชายกับหญิงนั้นปรากฏในรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไป หนึ่งในนั้นก็คือ ภาษา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดระหว่างกัน รวมถึงการแสดงอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์เปรียบต่างรูปแบบการใช้ภาษาที่แสดงการเน้นเสริมความของผู้หญิงกับผู้ชายที่ปรากฏในภาษาเยอรมันและภาษาไทย  ทั้งนี้ คลังข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาได้มาจากการถอดสคริปคำพูดของคณะกรรมการในรายการเดอะวอยซ์คิดส์รอบคัดเลือกแบบไม่เห็นหน้าทั้งของไทยและเยอรมนี จำนวนทั้งหมด 62 คลิป โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อจัดประเภทรูปแบบการใช้ภาษาที่แสดงการเน้นเพื่อเสริมความ จากนั้นจึงนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของรูปแบบการใช้ภาษาระหว่างผู้หญิงและผู้ชายทั้งในภาษาไทยและภาษาเยอรมัน

          จากการวิเคราะห์คลังข้อมูลพบว่า รูปแบบการใช้ภาษาที่แสดงการเน้นเสริมความที่ปรากฏในทั้งสองภาษามีทั้งหมด 5 ประเภทหลัก ได้แก่ คำอนุภาคแสดงการเน้นเสริมความ คำอนุภาคแสดงทัศนภาวะ คำคุณศัพท์ คำวิเศษณ์ คำนาม โดยรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดในภาษาเยอรมันคือ คำคุณศัพท์ แต่ทว่าในภาษาไทย คำวิเศษณ์ คือ รูปแบบที่พบบ่อยที่สุด ส่วนรูปแบบที่พบน้อยที่สุดในภาษาเยอรมันคือ คำวิเศษณ์ ในขณะที่คำอนุภาคแสดงการเน้นเสริมความนั้นพบน้อยที่สุดในภาษาไทย ความแตกต่างระหว่างสองภาษา ได้แก่ คำนาม ซึ่งปรากฏเฉพาะในภาษาเยอรมัน

          ในส่วนที่เกี่ยวกับปัจจัยเรื่องเพศ พบว่า พฤติกรรมการใช้ภาษาของผู้หญิงและผู้ชายที่ปรากฏในสองภาษานั้นมีทั้งลักษณะที่คล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน ในภาษาเยอรมัน ผู้หญิงใช้คำคุณศัพท์เป็นรูปแบบการใช้ภาษาที่แสดงการเน้นเสริมความบ่อยที่สุด ขณะที่ผู้ชายใช้คำอนุภาคแสดงการเน้นเสริมความมากที่สุด ส่วนในภาษาไทยพบว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชายใช้คำวิเศษณ์เป็นรูปแบบการใช้ภาษาที่แสดงการเน้นเสริมความบ่อยที่สุด

          The differences between men and women appear in a variety of ways. One of them is language which is an important tool that humans use to communicate with each other, exchange their ideas and express their emotions. The main objective of this research is a contrastive analysis of linguistic forms of intensifiers that are used by women and men in German and Thai. In this research, the corpus used in this study is the transcription of all the judges' comments which appeared in 62 clips from the blind auditions rounds of The Voice Kids talent shows in Germany and Thailand. The various forms of intensifiers found in the corpus were classified between women and men, in German and Thai. The analysis of the corpus showed that there are mainly five forms of intensifiers used in both languages: intensifying particles, modal particles, adjectives, adverbs and nouns. The most common form in German is adjective, but in Thai is adverb. By contrast, the least common form in German is adverb while that in Thai is intensifying particle. The main difference between the two languages is noun, which appeared only in German. The results of this study showed that language behaviors of women and men, in both languages, can be both similar and different. In German, women use adjective as the most frequent form of intensification. Men use intensifying particles as the main form. In Thai, both men and women used adverbs as the most frequent form.

References

Areemit, Salee. (1989). Role and mean of word “Loei“ in Thai language (หน้าที่และความหมายของคำ เลย ในภาษาไทย). Master’s dissertation, Department of Thai language, Faculty of Arts, Chulalongkorn University, Thailand.

Attaviriyanupap, Korakoch. (2009). Hochdeutsch als Zweitsprache: Spracherwerb von thailändischen Immigratinnen in der Schweiz. Bern etc.: Peter Lang.

Attaviriyanupap, Korakoch. (2017). Über „über“, „über-“ und „über und über“: Eine Betrachtung aus der Perspektive des Thailändischen. Ramkhamhaeng University Journal Humanities, 36(1): 1-18.

Auppakitsilpasarn, Phraya. (2002). Thai language principles: orthography parsing syntax versification (หลักภาษาไทย: อักขรวิธี วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์). Bangkok: Thaiwattanapanich.

Boonyawatana, Phanit. (1998). Research report of reflections on gender inequalities in Thai society that appear in Thai language (รายงานวิจัยเรื่องภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเพศในสังคมไทยที่ปรากฏในภาษาไทย). Chiang Mai: Ming Muang Printery.

Gradol, D. & Swann, J. (1989). Gender voices. Oxford: Basil Blackwell.

Klann-Delius, G. (2005). Sprache und Geschlecht. Weimar: Verlag J. B. Metzler Stuttgart.

Kullavanijaya, Pranee. (1997). Verb Intensifying Devices in Bangkok Thai. South East Asian Linguistics Studies in Honor of Vivhin Phanupong: In: A.S. Abramson. Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Lacombe, J. (2012). Männersprache, Frauensprache? Geschlechtspräferentieller Sprachegebrauch in Online-Werbetexten. München: GRIN Verlag.

Lersch-Schumacher, B. & Schumacher, M. (2014). Männersprache - Frauensprache. Hat die Sprache ein Geschlecht? Aachen: Bergmoser and Höller Verlag AG.

Os, C. van. (1989). Aspekte der Intensivierung im Deutschen. Tübingen.

Stoller, Robert J. (1968). Sex and Gender: On the development of masculinity and femininity. New York: Science House.

Thonglor, Gamchai. (2002). Thai language principles (หลักภาษาไทย). Bangkok: Ruamsarn.
Published
2019-06-24