การศึกษาพฤติกรรมของนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ขณะให้ความช่วยเหลือกัน ในการทำความเข้าใจบทอ่าน : กรณีศึกษา

Main Article Content

อารีรักษ์ มีแจ้ง

Abstract

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ใน ขณะทำกิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการใช้กลวิธีการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ บทอ่าน ตามรูปแบบสอนกลวิธีการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้หลักการเรียนรู้แบบร่วมงาน และเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนิสิตก่อนและหลังการทดลอง ผลการทดลองพบว่า ในภาพรวม นิสิตแบ่งการทำงานกลุ่มย่อยออกเป็น 3 ลักษณะ นิสิตมีพฤติกรรมทางวาจาในการใช้กลวิธีการอ่านเรียงตามลำดับดังนี้คือ กลวิธีการทำความเข้าใจให้กระจ่าง กลวิธีการตั้งคำถาม กลวิธีการเชื่อมโยงความรู้ กลวิธีการสรุปย่อ และกลวิธีการทำนายความ ส่วนพฤติกรรมการให้ความช่วยเหลือกันในการทำงาน พบว่า นิสิตมีพฤติกรรมโดยเรียงลำดับดังนี้ การแปลสิ่งที่อ่าน การแสดงความคิดเห็น/อธิบาย การอ่านออกเสียง การกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็น การกำกับกระบวนการทำงาน การแสดงความเห็นด้วย การแสดงความขัดแย้ง และข้อความอื่นๆ นอกจากนี้ ยังพบว่านิสิตมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อเข้าใจความหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

 

ABSTRACT

The objectives of this study were; 1) to investigate the behaviors which the students used to help one another in a reading class while collaboratively working in small, mixed ability groups as they engaged in a reading strategy instructional model developed by the researcher; 2) to compare the reading ability of the students before and after the experiment. The results revealed that the students had three different ways of working in groups. Students in groups spent a large amount of time assisting one another in using reading strategies- clarifying, asking questions, making connections, summarizing, and predicting respectively; and employing different ways of assisting each other -translating the text, expressing ideas, doing oral reading, giving prompts, giving procedural instructions, showing agreement/ disagreement, and others respectively. Furthermore, the students’ average scores on English reading ability were statistically different at .01 level of significance from pre- to posttesting.c

Article Details

Section
บทความวิจัยของคณาจารย์