เพศวิถีในชีวิตสมรสของชาวไทยมุสลิมจังหวัดปัตตานี

Main Article Content

อัลญาณ์ สมุห์เสนีโต กันยปริณ ทองสามสี ปาริชาติ เบ็ญฤทธิ์ นุรซาร์ฮิดาห์ อุเซ็ง

Abstract

This paper has two aims: 1) to study the family model, roles and responsibilities,and sexual intercourse in the marital life of Thai Muslim families in Pattani province and 2) to provide understanding on the views, knowledge and understanding on sexuality and sexual behavior between spouses. This study employs both qualitative and quantitative research. Qualitatively, in-depth interviews, informal conversations, observation and participation in community activities was undertaken with 8 households in a Thai Muslim village in Pattani and one outside observer with significant involvement with the community. Quantitatively, this study collected data from 400 married Muslims residing in Pattani. The results reveal that religion plays an important role in Muslims’ daily life, sexuality within the family, andsexual intercourse between spouses, in underscoring equality between men and women, who are compared to parts of the same body.Although norms governing the sexual behavior of both men and women are firmly regulated by religious teachings, women often accept the role of men as leaders in religious rituals for the family, and as having authority over the body. When surveying the views, knowledge and understanding of sexuality within marriage, it was found that while more than 99 percent of the sample have knowledge and understanding about sexuality in marriage, only 13 percent acted accordingly.The study hopes that in the future the population in Pattani will adopt practices in sexual relations in accordance with relevant knowledge on the issue.

 

การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ ได้แก่ 1) ศึกษารูปแบบครอบครัว บทบาทหน้าที่และเพศสัมพันธ์ในชีวิตคู่ของครอบครัวไทยมุสลิมในจังหวัดปัตตานี และ 2) เพื่อทำความเข้าใจความคิดเห็น ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศวิถีและวิถีทางเพศที่พึงปฏิบัติต่อกันในฐานะสามีและภรรยา   งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ ในการวิจัยเชิงคุณภาพนั้นเก็บรวบรวมข้อมูลจากคู่สมรสในครอบครัวเป้าหมาย 8 ครอบครัวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งจังหวัดปัตตานีด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ การสังเกตการณ์และการเข้าร่วมบางกิจกรรมกับคนในชุมชน นอกจากนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วนจากผู้ให้ข้อมูลรองผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวไทยมุสลิมที่สมรสแล้วในจังหวัดปัตตานีด้วยการสัมภาษณ์โดยใช้แบบสอบถามจำนวน 400 คนผลการศึกษาในการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่าศาสนามีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตของคนมุสลิม บทบาทเพศในครอบครัวและเพศสัมพันธ์ในชีวิตสมรสด้วยเช่นกันโดยให้ความเท่าเทียมกันทั้งเพศหญิงและเพศชายซึ่งเปรียบเสมือนอวัยวะแต่ละส่วนในร่างกายเดียวกันแต่ทว่าเพศหญิงมีความยินยอมให้เพศชายเป็นผู้นำในการประกอบศาสนกิจทางศาสนาในครอบครัวการมีอำนาจครอบครองเรือนร่างและเมื่อสำรวจความคิดเห็น ความรู้และความเข้าใจในเพศวิถีชีวิตสมรส พบว่ากลุ่มตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 99 มีความรู้และเข้าใจในวิถีทางเพศในชีวิตสมรสในขณะที่ผลการสำรวจวิถีทางเพศที่พึงปฏิบัติต่อกันในฐานะสามีและภรรยานั้นพบว่ามีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นที่ปฏิบัติตนตามวิถีทางเพศที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ   อย่างไรก็ตามในการศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหวังว่าในอนาคตประชากรในพื้นที่จังหวัดปัตตานีจะมีพฤติกรรมในวิถีทางเพศที่สอดคล้องกับการมีความรู้ในเรื่องดังกล่าว

Article Details

Section
บทความวิชาการ

References

หนังสือ

ภาษาไทย

คาสปาร์ พีค วาสน าอิ่มเอม และรัตนาภรณ์ ตังธนเศรษฐ์. โฉมหน้าครอบครัวไทยยุคเกิดน้อยอายุยืน. กรุงเทพฯ:กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2558.

จารึก เซ็นเจริญ และมูฮัมหมัด พายัพ. เพศสัมพันธ์ในอิสลาม. กรุงเทพฯ: ส.วงศ์เสงี่ยม, 2537.

ยุสุฟ ก็อรฎอวี แปลโดยบรรจง บินกาซัน. หะลาลและหะรอมในอิสลาม. กรุงเทพฯ: อัล-ญิฮาด,2530.

อัลญาณ์ สมุห์เสนีโต และเพ็ญพักตร์ ทองแท้. สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ของประชากรไทยพุทธและไทยมุสลิมในจังหวัดปัตตานี. ปัตตานี: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 2555.

อัลญาณ์ สมุห์เสนีโต. ครอบครัวไทยมุสลิมในจังหวัดปัตตานีในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านทางประชากร.ปัตตานี:คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 2558.

อารง สุทธาศาสตร์. สถาบันครอบครัวอิสลาม. กรุงเทพฯ: บริษัทออฟเซ็ทเพรสจำกัด, 2541.

ภาษาต่างประเทศ

David, L & Melvin, E. Encyclopedia of Cultural Anthropology. New yorkYork: Henry Holt and Company, 1996.

Kendall-Tackett, K. Chronic pain: The Next Frontier in Child Maltreatment Research. Child Abuse Neglect, 28. (997-1000), 2001.

Munir, Z.,L. Islam and Gender: Reading Equality and Patriarchy in Mohammad, N., K.S.and Kamil, H. (eds), Islam in Southeast Asia: Political, Social and Strategic Challenge for the 21 th Century. Singapore: Institute of Southeast Asian Studies, 2005.

Ong, A. and Peletz G.M. Bewitching Women, Pious Men: Gender and Body Politics in Southeast Asia. Berekeley: University of California Press. Silkworm Book, 1995.

Siddiqui, B.H. Knowledge: An Islamic Perspective. Pakistan: Islamic Research Institute, 1991.

เอกสารอิเล็กทรอนิกส์

กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข. กฤตภาคข่าวประชากรและอนามัยเจริญพันธุ์เล่ม 13 มกราคม –มิถุนายน 2545. http://koha.library.tu.ac.th/cgibin/koha/opac-detail.pl?biblionumber=259042&query_desc=an%3A279785. (สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2556).

กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย. สถิติการจดทะเบียนครอบครัว., จาก http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/pubs/pubsfiles/Key55_T.pdf. (สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2557).

กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย. ประมวลสถิติงานการทะเบียนปีพ.ศ.2550-2556. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย. http://www.dopa.go.th/web_pages/m03093000)/services. (สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2558)

เกื้อวงศ์ บุญสิน. คุยกับศ.ดร.เกื้อวงศ์บุญสิน “ไทยกำลังเปลี่ยนจากสังคม DINK เป็น SINK”ในสำนักข่าวอิศราเมื่อวันพุธที่ 13 เมษายน 2559. www.isranews.org /thaireform/thaireform-talk-interview/item/46213-dinks.html. (สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2560).