Study of Nutritive Value of Oil Palm Frond Silage with Molasses

Main Article Content

เทียนทิพย์ ไกรพรม สิทธิศักดิ์ จันทรัตน์ ปัทมา หมาดทิ้ง ฮามีน๊ะ ดือราซอ

Abstract

The chemical composition of oil palm frond, oil palm frond petiole and oil palm leaf were 34.12, 25.04 and 44.97% of  dry matter (DM) 3.32, 1.20 and 8.12% of crude protein  (CP), 44.67, 47.07 and 49.54 % of neutral detergent fiber (NDF), respectively. The chemical composition of the supplement molasses in oil palm frond at 0, 3, 5 and 7% on fresh basis respectively to prepare oil palm frond silage, with 5 replicates each was employed. The total of fermented bags were opened at 30 day. The results of these study showed that all of treatments were yellow and green. The supplement molasses in oil palm frond at 3, 5 and 7% gave acetic acid and butyric acid and was significantly lower than 0% (P<0.05). Moreover, the crude protein of 5 and 7%  molasses was significantly higher than 3 and 0%, respectively (P<0.05). The optimum level of supplement of molasses with oil palm frond was 7% to feed ruminant.

Keywords

Article Details

Section
Research Article

References

1. เกียรติศักดิ์ ศรีพันธบุตร. 2544. การศึกษาความต้องการพลังงานและโปรตีนของโคนมที่ให้นม ระยะกลางที่ได้รับฟางข้าว หมักยูเรียเป็นอาหารหยาบ. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท. สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. 113 หน้า.

2. ณัฐฐา รัตนโกศล, วันวิศาข์ งามผ่องใส, ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ และเสาวนิต คูประเสริฐ. (2552). ผลการหมักทางใบปาล์ม น้ำมันร่วมกับกากน้ำตาลระดับต่างๆ ต่อการกินได้ และการใช้ประโยชน์ได้ของโภชนะในแพะ. วารสารแก่นเกษตร, 37, 235-244.

3. ธีระ เอกสมทราเมษฐ์, ชัยรัตน์ นิลนนท์, ธีรพงศ์ จันทรนิยม, ประกิจ ทองคำ และสมเกียรติ สีสนอง. (2548). ภาพรวมของ อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในเส้นทางสู่ความสำเร็จการผลิตปาล์มน้ำมัน. สงขลา : ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน คณะทรัพยากรธรรมชาติ.

4. บุญฤา วิไลพล. (2539). พืชอาหารสัตว์เขตร้อนและการจัดการ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น : ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์.

5. ประดิษฐ์ อาจชมพู, ศิริศักดิ์ บริรักษ์ธนกุล, เกียรติศักดิ์ สร้อยสุวรรณ, สมจิตร ถนอมวงศ์วัฒนะ และสมพร จัทระ. (2551). การพัฒนาทางใบปาล์มน้ำมันเป็นแหล่งอาหารหยาบสำหรับแพะ ใน เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการงานแพะแห่งชาติครั้งที่ 5 เรื่องการพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะอย่างยั่งยืน, 23 เมษายน 2551.

6. พรชัย ล้อวิลัย. (2548). พืชอาหารสัตว์หมัก. มหาวิทยาลัยขอนแก่น : ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์.

7. สายัณห์ ทัดศรี. (2547). พืชอาหารสัตว์เขตร้อน. กรุงเทพฯ : ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,
สุนทร รอดด้วง, ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ และวันวิศาข์ งามผ่องใส. (2553). ผลของระดับทางใบปาล์มน้ำมันหมักและอาหารข้นในอาหารผสมสำเร็จต่อปริมาณการกินได้ และสมรรถภาพการเจริญเติบโตของแพะเพศผู้. ใน สัมมนาวิชาการเกษตร ครั้งที่ 11 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13 กุมภาพันธ์ 2553.

8. วันวิศาข์ งามผ่องใส. 2549. การใช้ทางใบปาล์มน้ำมันและกากเนื้อในเมล็ดปาล์มน้ำมันเป็นอาหาร สัตว์เคี้ยวเอื้อง. นิตยสารวัวเศรษฐกิจ, 2(15), 20-21.

9. วารุณี พานิชผล, ฉายแสง ไผ่แก้ว, สมคิด พรหมมา, โสภณ ชินเวโรจน์, จันทกานต์ อรณนันท์, วิโรจน์ ฤทธิ์ฤาชัย และวรรณา อ่างทอง. (2547). มาตรฐานพืชอาหารสัตว์หมักคุณภาพดี. กรุงเทพฯ : กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์.

10. AOAC. (1990). Official Methods of Analysis. (15th ed.). Washington DC: Association of Official Analytical Chemists.

11. Cheva-Isarakul, B. & Cheva-Isarakul, B. (1980). Handbook of feed analysis. Faculty of Agriculture, Chiangmai University.

12. Church, D. C. (1991). Livestock Feeds and Feeding. U.S.A.: Prentice Hall international, inc.
Goering, H. K. & Van Soest, P. J. (1970). Forage Fiber Analysis (Apparatus, Reagents, Procedures and some Applications). Agricultural Handbook No. 379, USDA.

13. Ishida, M. & Abu Hassan, O. (1997). Utilization of oil palm front as cattle feed. JARQ., 13, 41-47.
Khamseekhiew, B., Liang, J. B., Jalan, Z. A. & Wong, C. C. (2002). Fibre degradability of oil palm frond pellet, supplement with Arachis pintoi in cattle. Songklanakarin. J. Sci. Technol., 24, 209-216.

14. Rohweder, D. A., Barnes R. F. & Jorgensen, N. (1978). Proposed hay grading standards based on laboratory analyses for evaluating quality. J. Anim. Sci., 47, 747-759.

15. SAS Institute. (1996). Statistical Analysis System Institute (SAS/STAT). User’s Guide. Statistics, Release 6.12, SAS Institute, Cary, NC.Washington D. C., 1-20.

16. Zobell, D. R., Okine, E. K., Olson, K. C., Wiedmeier, R. D., Goonewardene L. A. & Stonecipher, C. (2004). The feasibility of feeding whey silage and effects on production and digestibility in growing cattle. J. Anim. Vet. Advances, 3(12), 804-809.